หลังจากจิ่งอวี๋ออกไปสอนยิวยิตสูแล้วนั้น โจวโจวก็เดินสำรวจภายในห้องกว้างอย่างสนอกสนใจ
หากนับตามอายุแมวแล้วเขาอาจจะดูเด็กก็จริง แต่เมื่อเทียบเป็นอายุมนุษย์แล้วเขาเองก็โตในระดับหนึ่งนั่นล่ะน่า เพียงแต่ว่า...
ตอนนี้ยังโตได้ไม่เต็มที่แค่นั้นเอง
หากนับอายุแมวของเขาก็หนึ่งขวบเต็ม เทียบกับมนุษย์คือประมาณสิบแปดปี แต่ร่างกายในตอนนี้ของโจวโจวนั่นคล้ายกับเด็กชายวัยสิบกว่าขวบเท่านั้น ซึ่งน่าจะยังไม่พ้นสิบห้าด้วยซ้ำ
แต่ถึงอย่างนั้นโจวโจวก็ไม่ได้ใสซื่อเหมือนเด็กน้อยอะไรขนาดนั้น มันสมองของแมวน่ะฉลาดกว่าที่ทุกคนคิดนะรู้ไหม
เขารู้เกือบทุกอย่างที่ควรจะรู้นั่นล่ะ เพียงแต่ว่าหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่ะก็ เขาอาจจะต้องศึกษาเพิ่มสักหน่อย ก็นะ ตอนเป็นแมวเขาไม่ได้คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มากมายนักนี่
"อื้อออ" โจวโจวบิดขี้เกียจเล็กน้อยเมื่อเดินสำรวจรอบๆ ห้องจนทั่วแล้ว เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาก่อนนอนเหยียดแขนขายืดยาวจนเกือบจะเต็มพื้นที่ ทั้งหูและหางก็ลู่ลงตามไปด้วย
มือเล็กกำเข้าหากันแล้วยกขึ้นมาตรงช่วงริมฝีปากของตัวเองพร้อมกับแลบลิ้นเล็กน้อยด้วยความปกติที่จะเลียทำความสะอาดตามความเคยชิน หากแต่ก็เพิ่งนึกได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในร่างมนุษย์นี่นะ ทำให้เขาได้แต่คลายมือออกแล้วหันมาสำรวจร่างกายมนุษย์ของตัวเองแทน
โจวโจวเลื่อนมือลูบไล้ร่างกายตัวเองด้วยความฉงน ผิวกายเรียบลื่นไร้ขนยาวหนาปกคลุม เหลือเพียงแค่ขนสั้นบางๆ เพียงแค่นั้น หากแต่ก็ไม่ได้ทำเขาหนาวแต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็แกว่งหางไปมาอย่างเพลิดเพลิน
ปลายนิ้วเรียวสวยลูบต้นขาเปลือยเปล่าของตัวเองที่อยู่ภายใต้บ็อกเซอร์ของเจ้าของห้อง ดูเหมือนที่ขาจะมีขนมากกว่าที่แขน นี่คือสิ่งที่โจวโจวสังเกตเห็นจากร่างกายมนุษย์ของตัวเอง
"อืม" เขาเผลอครางออกมาเบาๆ เมื่อลองสอดมือเข้าไปใต้เสื้อตัวโคร่งแล้วเปิดมันออกมาให้คาอยู่เหนือหน้าอกเพื่อลูบสัมผัสลำตัวช่วงบนดูบ้าง ช่วงท้องจากพุงนิ่มๆ ปกคลุมไปด้วยขนกลับเหลือเพียงแค่แผ่นท้องเรียบตึงไร้ซึ่งไขมันส่วนเกิน ทั้งยังดูสุขภาพดีมากเสียด้วย
ดวงตากลมโตปรือลงเล็กน้อยก่อนจะฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำบางๆ ยิ่งเมื่อปลายนิ้วเจ้าตัวสะกิดไปโดนส่วนนูนเด่นที่ชูชันบนหน้าอกทั้งสองข้าง โจวโจวไม่เคยรู้มาก่อนว่าสิ่งนี้ของมนุษย์เพศชายจะทำให้รู้สึกวาบหวิวในช่องท้องได้ขนาดนี้เมื่อไปสัมผัสมัน
ใบหูสีเทาเข้มลู่ลงเล็กน้อยสวนทางกับหางซึ่งคล้ายกับกำลังเกร็งเล็กน้อย
ตุบ
โจวโจวทิ้งตัวลงนอนขดตัวบนโซฟาเมื่อเริ่มรู้สึกแปลกๆ กับตัวเองช่วงกึ่งกลางลำตัว มันเป็นความรู้สึกคล้ายกับตอนที่เขาอยู่ในฤดูติดสัดตอนยังเป็นแมวอยู่
อย่าบอกนะว่า... เขาจะเป็นสัดอีกแล้ว
โจวโจวชะงักเล็กน้อย มือบางผละจากยอดอกตัวเองลากไล้ลงไปเรื่อยๆ ผ่านหน้าท้องลงไปยังส่วนกึ่งกลางลำตัวซึ่งเขากำลังหนีบขาขดตัวเข้าหากันอยู่อย่างต้องการอดกลั้นความรู้สึกแปลกๆ หางน้อยตวัดลงบนโซฟาแล้วขยับไถไปพลางหวังหว่าจะช่วยหยุดความรู้สึกนี้ได้
"ฮื่อ.." ร่างบนโซฟาหายใจหอบหนักขึ้นเรื่อยๆ ฝ่ามือเล็กลูบไล้เป้ากางเกงตัวเองภายนอกไปอย่างระบายความอัดอั้น
ช่วงอกกระเพิื่อมขึ้นลงด้วยความตื่นเต้น หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระดอนออกมา หางก็เกร็งตวัดไปมาอย่างฉวัดเฉวียด
ขายาวหนีบเข้าหากันเกี่ยวหางเข้ากับต้นขาตัวเองพลางถูไถช้าๆ มือก็ขยำเป้ากางเกงซึ่งมีบางอย่างตื่นตัวอยู่ภายในนั้น
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
โจวโจวพลิกตัวเข้าหาพนักโซฟาพร้อมกับเบียดกายเข้ากับซอกแคบ สะโพกเล็กขยับเปลี่ยนท่าให้ส่วนกลางลำตัวภายใต้บ็อกเซอร์ให้ถูไถไปกับร่องโซฟาที่คับแน่นก่อนจะเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้น
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
เสียงหัวใจดังรุนแรงจนคล้ายกับจะระเบิดดังคลออยู่ในหูไปพร้อมกับเสียงหอบหายใจของตัวเอง
โจวโจวขยับกายอยู่แบบนั้นจนกระทั่ง... ทุกอย่างดับมืดไปหมด
สติสัมปชัญญะก็คล้ายกับถูกปิดสวิตช์ไปด้วย โจวโจวนอนนิ่งโดยที่ไม่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเลยแม้แต่นิด
...
ขณะเดียวกันทางด้านหวงจิ่งอวี๋ก็เพิ่งทำงานในช่วงเช้าเสร็จ ซึ่งเวลาก็ล่วงเลยมาจนถึงมื้อเที่ยงแก่ๆ แล้ว ดวงตาเรียวรีตวัดไปมองเวลาบนผนังโรงยิมก่อนจะหมุนตัวเข้าไปในห้องล็อกเกอร์และทำการเปลี่ยนชุดกลับไปเป็นไปรเวทธรรมดาอย่างรวดเร็ว
ไว้ค่อยไปอาบน้ำที่บ้านแล้วกัน
เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จจิ่งอวี๋ก็สะพายกระเป๋าเดินออกมาทันที ลูกศิษย์หลายคนรวมถึงเพื่อนร่วมงานที่เห็นเข้าก็ทักทายเป็นระยะๆ
และเมื่อเขาก้าวขาออกมานอกโรงยิมได้ ก็รีบเร่งเดินทางกลับไปคอนโดฯ ของตัวเองทันที
ใช้เวลาไม่นานเขาก็เดินกลับมาถึงตึกคอนโดฯ ใจกลางเมืองของตัวเองทันที ไม่รอช้าก็รีบเข้าไปในลิฟต์ที่เปิดรออยู่ก่อนหน้าแล้ว และกดชั้นที่ตัวเองพัก
ภายในชั่วอึดใจเขาก็มาถึงหน้าห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว มือหนาคว้าคีย์การ์ดในกระเป๋าขึ้นมาปลดล็อกประตูห้องก่อนจะเปิดเข้าไป
แกร๊ก
"โจวโจว" เสียงทุ้มเอ่ยเรียกคนที่อยู่ในห้องขณะที่เปิดประตูไปด้วย
ไม่มีเสียงตอบรับนอกจากเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอยู่ ร่างสูงใหญ่ขมวดคิ้วขณะถอดรองเท้าอยู่หน้าประตู สายตาก็สอดส่องไปยังทิศทางของห้องนั่งเล่นไปด้วย
ไม่ได้นั่งอยู่บนโซฟาหรอกเหรอ
จิ่งอวี๋สวมสลิปเปอร์ก่อนจะเดินอ้อมมาหน้าโซฟา
สิ่งที่เขาเห็นทำให้ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตกตะลึงเป็นครั้งที่สามของวัน
เกิดอะไรขึ้น
โจวโจวในเสื้อฮู้ดแขนยาวของเขาที่ให้เปลี่ยนก่อนกินมื้อเช้านั้นดูเปลี่ยนไป...
ร่างของแมวในร่างคนซึ่งอ่อนเยาว์กว่าเขานั้นนอนขดตัวหันหน้าเข้าพนักพิงของโซฟา แต่ทว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปคือรูปร่างที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าตอนเช้าก่อนที่เข้าจะออกไปทำงาน
แขนขาเรียวยืดยาวขึ้นแถมยังประกอบด้วยกล้ามเนื้อซึ่งทำให้ร่างกายดูสมส่วนขึ้น ไม่ได้เพรียวบางจนติดจะผอมแห้งอย่างเมื่อเช้าอีกต่อไป อีกทั้งไหล่เล็กก็ผายออกกว้างดูสมเป็นผู้ชายยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือว่าตัวเล็กกว่าเขาอยู่ดีน่ะนะ
จิ่งอวี๋วางกระเป๋าลงบนพื้นข้างๆ โซฟาก่อนจะถอดเสื้อแขนกุดของตัวเองออกเพื่อเตรียมอาบน้ำ
ฟึ่บ
หางเรียวของอีกฝ่ายแกว่งไปมาเบาๆ หูก็ขยับเล็กน้อยยามได้ยินเสียงก่อกวนข้างๆ
จิ่งอวี๋ซึ่งสังเกตเห็นหางแมวขยับน้อยๆ นั่นจึงได้ลองเรียกชื่ออีกฝ่ายดูอีกครั้ง "โจวโจว"
"..." ยังคงเงียบ มีเพียงหางที่ขยับปัดไปมาเท่านั้น
งั้นขออาบน้ำก่อนแล้วกันค่อยออกมาปลุก
จิ่งอวี๋คิดในใจพร้อมกับเดินเลี่ยงไปยังห้องน้ำทันที เขาใช้เวลาไม่นานในการทำชำระคราบเหงื่อไคลของตัวเอง จากนั้นก็เดินออกมาแต่งตัวด้วยชุดแบบเดิมต่างแค่สีเท่านั้น ก็เขาชอบแบบนี้นี่นะ
"โจวโจว" จิ่งอวี๋เอ่ยเรียกอีกครั้งเมื่อเดินกลับเข้ามายังห้องนั่งเล่น
ซึ่งคนถูกเรียกก็หันหน้าไปตามเสียงเรียกพร้อมกับแกว่งหางรับเบาๆ ขณะที่เจ้าตัวนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟา และเนื่องจากขนาดตัวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เสื้อแขนยาวที่ตอนแรกหลวมโพรกจนคลุมลงมาถึงหน้าขานั้นสั้นร่นขึ้นไปถึงแค่ช่วงสะโพกเท่านั้น
และการนั่งท่านั้นก็ยิ่งทำให้ชายเสื้อร่นขึ้นไปกองอยู่บนตักจนเผยให้เห็นเรียวขายาวๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น
"นั่งดีๆ สิ" จิ่งอวี๋เอ่ยเมื่อนั่งลงข้างๆ
ตุบ
เขาโยนหมอนอิงใบใหญ่ไปวางบนตักเล็กของเด็กหนุ่มที่โตขึ้นมาอีกหน่อย
"..." โจวโจวจับหมอนบนตักเล่น หางก็ตวัดไปมาบนโซฟาไปด้วย ดูเหมือนมันจะมีขนาดเล็กลงเมื่อเทียบกับขนาดตัวของอีกฝ่ายที่โตขึ้น
"ทำไมโตไวขนาดนี้ล่ะ นายจะหยุดโตเมื่อไหร่กันแน่" จิ่งอวี๋เอนหลังพิงพนักโซฟาพลางเอ่ยถาม
"ไม่รู้" โจวโจวตอบ พลางยกมือขึ้นมามองเล็บตัวเองไปด้วยอย่างสงสัยใคร่รู้
"..." จิ่งอวี๋นั่งเงียบกับคำตอบมึนๆ ของแมวตรงหน้า
"..." โจวโจวเองก็เงียบไปด้วย
จิ่งอวี๋จึงลองพิจารณาดูจากสถานการณ์ที่เขาเจอ ตอนเช้าตื่นมาเขาก็เจออีกฝ่ายอยู่ในร่างเด็กน้อย พออาบน้ำเสร็จเขาก็เจออีกฝ่ายอยู่ในร่างเด็กกำลังโต แล้วตอนนี้กลับเจออีกฝ่ายในร่างเด็กหนุ่มซึ่งโตพอจะเรียกว่าวัยรุ่นตอนต้นได้แล้วซะอย่างนั้น
มันเกิดอะไรขึ้นนะ
"ทุกครั้งที่นอน.. นายจะโตขึ้นเหรอ" จิ่งอวี๋ลองเอ่ยถามดูเมื่อคิดถึงปัจจัยหลายๆ อย่าง มันก็น่าจะมีความเป็นไปได้ไม่ใช่เหรอ เพราะตอนเช้าที่เขาเจอเด็กน้อยก็เป็นตอนเพิ่งตื่นเหมือนกัน เมื่อกี้อีกฝ่ายก็เพิ่งตื่นเหมือนกันนี่
คงไม่ใช่ว่าร่างกายจะเติบโตขึ้นในขณะที่นอนอยู่หรอกใช่ไหม
"ตอนเช้าไม่ได้นอนยังโตเลย" โจวโจวเองก็ตอบแย้ง
"ตอนเช้า... อ้อ" เขานึกตามก่อนจะเงียบไปอีกรอบ
"..." โจวโจวเองก็ไม่รบกวนเวลาในการคิดของเขา แต่ว่า...
โครกก
"อ่า ช่างเถอะ เดี๋ยวดูคืนนี้อีกทีแล้วค่อยคิดกันก็ได้" แต่เหมือนจิ่งอวี๋จะล้มเลิกการหาสาเหตุเสียแล้ว ก็นะ ท้องร้องดังขนาดนี้ เขาเองก็เริ่มรู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน
"อื้อ" โจวโจวว่าตามอย่างง่ายดาย
"ไหนลองลุกขึ้นยืนซิ" จิ่งอวี๋ลุกขึ้นพลางเรียกอีกคนให้ลุกตาม เขาต้องการจะวัดส่วนสูงอีกฝ่ายเทียบกับเขาก่อนน่ะ
"..." โจวโจวขยับตัวลุกขึ้นมายืนข้างๆ ร่างสูงใหญ่อย่างเชื่อฟัง
อืม... สูงประมาณไหล่ของเขางั้นเหรอ โตไวแฮะ
"มานี่สิ" เมื่อลองกะส่วนสูงของเด็กหนุ่มตรงหน้าเรียบร้อยแล้วก็เดินนำไปยังห้องแต่งตัวอีกรอบ คนเด็กกว่าเดินตามไปเงียบๆ และยืนรออยู่ด้านหลัง ขณะที่จิ่งอวี๋ควานหากางเกงให้อีกฝ่ายใส่ไปด้วย
จิ่งอวี๋หยิบกางเกงผ้ายืดขายาวยื่นให้โจวโจวใส่ชั่วคราว
"ใส่ได้ไหม ลองดู" เอ่ยสำทับอีกรอบพลางยืนมองอีกฝ่ายขณะที่กำลังสวมกางเกงไปด้วย
"ใส่ได้ แต่ .....ติดหาง" โจวโจวตอบงึมงำ
"..." จิ่งอวี๋เองก็นิ่งไปอย่างทำอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยใส่กางเกงตอนมีหางแบบนี้ซะด้วย ถ้าใส่ทับไปเลยมันจะเจ็บไหมนะ
โจวโจวหันหลังให้ดูหางโผล่ออกมาตรงเหนือสะโพกด้านหลัง มันแกว่งไปมาคล้ายกับกำลังกวนประสาทยังไงชอบกล
หมับ
พรึ่บ
"อื้ออออ ยะ.. อย่าลูบ!" เมื่อจิ่งอวี๋ยื่นมือไปคว้าหางเจ้าตัวที่โชว์ให้ดูว่าสวมกางเกงทับไม่ได้นั้นตามด้วยการลูบไปตามความยาวของหาง ทำให้โจวโจวหลุดครางเสียงหลงพลางตวัดหางหลบแล้วขยับไปเกี่ยวพันกับต้นขาตัวเองไว้ ร่างกายสั่นเทาขึ้นมาเล็กน้อย ทั้งหูและหางเองก็ลู่ลงเล็กน้อย
"หือ" จิ่งอวี๋เลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยานั้น จู่ๆ เขาก็ยิ้มกริ่มพลางเดินไล่ตอนคนที่หูลู่หางตกไปเรื่อยๆ
แขนแข็งแกร่งยกขึ้นคล้ายกรงขังเมื่อทาบมันลงกับบานตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ด้านหลังคนตัวเล็กกว่า โจวโจวหลบตาหูก็ขยับลู่ลงยิ่งกว่าเดิม หางเล็กๆ นั่นแกว่งไปมาอย่างกังวลใจ ใบหน้าขาวใสก็ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ น่าแกล้งชิบ
ไม่รู้อะไรดลใจให้จิ่งอวี๋ทำแบบนี้ เขาเองก็ไม่ใช่จะไม่รู้ตัว เพียงแต่ว่ามันหยุดไม่ได้ เขารู้สึกเพียงแค่คนตรงหน้าช่างน่ารักน่ารังแกเหลือเกิน แถมยังมีฮอร์โมนบางอย่างแผ่ออกมาดึงดูดเขาได้อย่างน่าประหลาด
"อือ.. ถอยออกไปหน่อย" โจวโจวพึมพำพร้อมขยับหางแกว่งไปมารุนแรงขึ้นจนมันกระแทกกับตู้เสื้อผ้าด้านหลังดังปักๆ
"ทำไมฉันต้องถอยด้วย" จิ่งอวี๋เอ่ยเสียงต่ำอย่างถือสิทธิ์ เขารู้สึกว่าเขาอยากจะรังแกคนตรงหน้าให้มากกว่านี้โดยที่ลืมจุดประสงค์หลักไปแล้วว่าอีกฝ่ายกำลังหิว และเขากำลังจะพาอีกฝ่ายไปหาอะไรกินรวมถึงซื้อของใช้จำเป็นด้วย
"...ถอย" โจวโจวไม่ตอบคำจิ่งอวี๋แต่เอ่ยห้ามอีกรอบ สุ้มเสียงอ่อนลงเล็กน้อยพร้อมกับลมหายใจที่หอบขึ้น
หืม ...เป็นอะไรไป
จิ่งอวี๋เลิกคิ้วมองคนในอ้อมแขนของตัวเองอย่างสงสัย ใจหนึ่งก็บอกเขาว่าให้หยุดแกล้งอีกฝ่ายได้แล้ว เพราะคล้ายกับว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นมันกำลังล้ำเส้น แต่อีกใจกลับบอกให้เขาทำมันต่อไป เพราะอาการที่อีกฝ่ายแสดงนั้นช่างทำให้เขาสนใจ และอยากรู้เหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
"ป... เป็น...." โจวโจวพึมพำ ใบหน้าขาวซึ่งแต้มสีแดงระเรื่อก้มลงจนแก้มกับคางชิดกัน
"หือ? เป็นอะไร" จิ่งอวี๋เลื่อนหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิมพลางกระซิบถามและขยับกายเข้าไปใกล้
"...อือ ถอยหน่อย" โจวโจวออกแรงดันบนหน้าอกแข็งแกร่ง แต่ร่างหนาก็มิได้นำพา กลับขยับเข้ามาใกล้ยิ่งขึ้น
"ว่าไง เป็นอะไร" ไม่พอยังถามย้ำและกระซิบชิดใบหูที่ลู่ลงของคนผลักอีก
"...เป็นสัด" โจวโจวตอบพลางเม้มปาก ก่อนจะเงยหน้ามองคนตัวสูง
ดวงตากลมโตคลอหน่วยไปด้วยน้ำใสใส ทำให้คล้ายกับกำลังออดอ้อนยิ่งกว่าเดิม จิ่งอวี๋ที่ได้เห็นดังนั้นถึงกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน
ว่าไงนะ!? เป็นสัดงั้นเหรอ...
ช่วงจังหวะที่จิ่งอวี๋เผลอนั้น โจวโจวก็ซุกหน้าเข้ากับลำคอแกร่งซะแล้ว...
"!!!"
TBC.
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in