เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บางส่วนก่อนสาบสูญอิตถี
วันสำรอกฝันสลาย

  • วันนี้ไม่มีกะจิตกะใจเขียน ทุกอย่างผิดที่ผิดทางไปหมด! พอเขียนไม่ออกแล้วก็รู้สึกไร้ค่าสิ้นดี ฉันควรรอหรือไม่ รอให้ปาฏิหาริย์ยามค่ำคืนบังเกิดผล เมื่อนาฬิกาบอกเวลาตีสาม ไฟในตัวลุกพรึ่บ โลกในหัวแจ่มชัดสดใส รอให้ฉันใช้นิ้วมือเคาะแป้นพิมพ์ถ่ายทอดเรื่องราวลงไปอย่างอดทน จินตนาการยามดึกวิเศษนัก ฉันโหยหามันมากกว่าที่ตัวเองคิดเสียอีก แต่จะทำอย่างไรได้เล่า! ช่วงเวลายูเรก้าแบบนั้นไม่เคยส่งจดหมายเตือนก่อนมาเยี่ยมเยียน ปาฏิหาริย์แท้ ๆ ช่วงเวลาเช่นนั้น ทุกถ้อยคำล้วนพรั่งพรูออกดั่งใจ สวยงามราวกวียุคเรเนสซองส์ โอ! วิลเลียม เชกสเปียร์ตัวน้อย ๆ คือฉันหรือนี่ ปัดติโธ่! อยากจะขากถุยก่อนแล้วจึงค่อยอาเจียน งานงามงดก็จริงแต่ฉันและแก ๆ จะมีกินไหมเล่า เว้นแต่สมองของเราผูกมิตรกับช่วงเวลาวิเศษพิสดารนั้นไว้ — หรือติดสินบนมัน — ให้มันมาหาทุกวันตอนเช้าตรู่ สมองแล่นปร๋อ! นั่นเป็นได้แค่ฝันเท่านั้น ความเป็นจริงคือทุกถ้อยคำล้วนบกพร่อง คำทั้งหมดถูกสร้างบนพื้นฐานของความไม่มั่นใจ อันเกิดจากความเล็กจ้อยของจิตวิญญาณผู้เขียน ของวงการนักเขียน! คำถูกขีดฆ่า ถูกลบ ถูกแปลงโฉมใหม่ไร้โฉมเดิม ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ด้วยความหวังว่ามันจะออกมางามงดที่สุดเท่าที่นักเขียนฝึกหัดคนหนึ่งจะทำได้ แต่ แต่ แต่! คุณค่าของงานเขียนอาจไม่ได้อยู่ที่ความงามงด แล้วมันอยู่ที่ใด ฉันก็ไม่แน่ใจนัก นักเขียนที่จิตวิญญาณเต็มเปี่ยมอาจตอบว่าก็ความพึงใจของผู้เขียนเองยังไงเล่า จริงหรือ? หากฉันมองเรื่องราวที่ตนสรรสร้างอย่างแสนรัก แต่ไม่มีสายตาของผู้ใดเลยที่มองเห็นมัน แม้แต่จะสังเกตเห็นมันรึก็ไม่ มีเพียงลมแห่งความว่างเปล่าที่พัดผ่านจนหน้ากระดาษบรรจุถ้อยคำอันไร้ค่าปลิวผ่านไปอย่างไร้ผู้สังเกต ช่างน่ากลัว น่าเวทนา น่าสิ้นหวัง และช่างกล้าหาญเหลือเกิน นักเขียนเอ๋ย!

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in