เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Fictober 2017flevenx
#fictober Day 12 - แมว? [Special]
  • ทาสแมว ที่แท้จริง



    เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก แป๊บเดียวก็สามเดือนแล้ว... หลังจากวันที่จิ่งอวี๋เก็บเจ้าแมวตัวเล็กซึ่งถูกทิ้งให้ตากฝนอย่างน่าสงสารกลับมานั้น



    มีหลายเรื่องราวเกิดขึ้น และในเรื่องเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นเรื่องที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้ตัวเองจะได้มาเผชิญหน้ากับมัน



    และช่วงนี้อยู่ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องจากเป็นวันชาติ ยิมที่เขาไปฝึกซ้อมเป็นประจำรวมถึงสอนยิวยิตสูด้วยนั้นก็ปิดเช่นกัน ทุกคนต่างใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ส่วนเขาเองก็ใช้เวลาอยู่กับเจ้าแมวแสบตัวเดิมเพิ่มเติมคือความร้ายกาจนั่นเอง



    แน่นอนว่าการจะอัพเลเวลความร้ายกาจเจ้าแมวแสบนี่ได้นั้น ย่อมมาจากความสัมพันธ์ระหว่างเขาสองคนที่เปลี่ยนไป ใกล้ชิดกันมากขึ้น



    การเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์นั้นเริ่มจากเหตุการณ์ที่จิ่งอวี๋กับโจวโจวเปิดอกคุยกันเรื่องที่ว่า 'เพราะอะไรโจวโจวถึงได้โตขึ้นอยู่เรื่อย' ในวันนั้นเขาก็ได้พิสูจน์ จริงๆ อย่างที่พูดไป และสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นก็คือร่างกายของโจวโจวไม่มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดอีกต่อไป



    คล้ายกับว่าอีกฝ่ายที่เติบโตมาจนอายุราวสิบแปดสิบเก้าคือการเปลี่ยนแปลงที่ปัจจุบันที่สุดแล้ว และหลังจากนี้ก็เหมือนจะเป็นการเจริญเติบโตไปตามธรรมชาติของกาลเวลานั่นเอง



    เพราะจิ่งอวี๋ก็ได้ทดลองตามทุกข้อสันนิษฐานแล้ว.. ทั้งทำให้ตื่นเต้นจนต้องร้องขอให้หยุー หรือจะเป็นการจูบ จุ๊บ บนร่างกายตามจุดต่างๆ ก็ตาม ผลก็คือไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป



    กลายเป็นโจวโจวคนเดิม ส่วนเรื่องความร้ายกาจน่ะ...



    จึกๆ



    แรงจิ้มไม่แรงไม่เบาบนต้นแขนหนาจากร่างสูงโปร่งของคนที่จิ่งอวี๋กำลังนินทาในใจตามด้วยแรงยวบของโซฟาเมื่อโจวโจวทรุดตัวนั่งลงข้างๆ



    "โจวโจว?" จิ่งอวี๋ซึ่งนั่งเปิดทีวีทิ้งไว้อยู่นั้นหันไปมองสัตว์เลี้ยงที่กลายเป็นคนสำคัญสุดพิเศษพลางเอ่ยถามเบาๆ ขณะเดียวกันก็ยกท่อนแขนขึ้นพาดไปกับพนักพิงจนดูเหมือนโอบอีกฝ่ายอยู่กลายๆ



    มือหนายกขึ้นลูบหัวทุยสวยใต้กลุ่มผมสีเทาเข้มแสนนุ่มลื่นเบาๆ ก่อนจะขยับปลายนิ้วยาวเขี่ยใบหูแมวที่โผล่พ้นขึ้นมาเหนือบริเวณที่ควรจะเป็นใบหูปกติ



    "ทำไมวันนี้มีหูล่ะ" จิ่งอวี๋ถามเมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบอะไรหลังจากที่สะกิดเสร็จก็ทำเพียงลงมานั่งเบียดเขาเท่านั้น



    อ้อ ตั้งแต่วันนั้น วันที่จิ่งอวี๋ได้ พิสูจน์ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งพิศวงของร่างกายโจวโจวแล้วนั้น ก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะควบคุมหูและหางได้ดีขึ้น หากต้องการจะเก็บซ่อนไว้ให้มีรูปลักษณ์เหมือนมนุษย์ทั่วไปแล้วก็ย่อมทำได้ภายในเวลาอันสั้น



    ยกเว้นว่าถ้าตกใจหรือหวาดกลัวมากๆ ล่ะก็ โจวโจวมักจะควบคุมมันไม่ค่อยได้เท่าไรนัก คงเพราะต้องระแวดระวังเพื่อป้องกันตัวตามกลไกของสัญชาตญาณแมวล่ะมั้ง



    หากแต่เวลาอยู่ด้วยกันสองคนนั้น โดยปกติแล้วโจวโจวก็มักจะปล่อยไปตามธรรมชาติ มีบางช่วงเท่านั้นที่จิ่งอวี๋ตื๊อหนักจนโจวโจวแทบไม่ได้นอนเลยนั่นล่ะ โจวโจวเลยจำใจยอมเก็บหูเก็บหางซ่อนไว้โดยไม่ปล่อยให้เป็นจุดอ่อนของตัวเอง แม้ว่าการปล่อยไว้มันจะสบายมากกว่าก็ตาม



    ก็นะ.. หูกับหางของโจวโจวน่ะ จุดอ่อนอย่างดีเลยล่ะ



    "..." โจวโจวไม่ตอบแต่ขยับหางมาปัดป่ายอยู่บนหน้าท้องแกร่งของคนข้างๆ แทน



    หืม?



    จิ่งอวี๋มองก่อนจะยกยิ้มนิดๆ มือหนาขยับมาลูบไล้ไปตามความยาวของหางนุ่มช้าๆ อย่างหยอกล้อ ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่ขืนตวัดให้หลุดออกจากอุ้งมือหนาเบาๆ จากนั้นก็ตวัดกลับมาลูบไล้คลอเคลียไปกับท่อนแขนแข็งแรงต่ออย่างออดอ้อน



    แขนยาวที่พาดไปกับพนักพิงเลื่อนลงไปโอบไหล่คนเด็กกว่าให้เข้ามาเบียดชิดกับกายแกร่ง มืออีกข้างซึ่งจับหางเล่นอยู่ก็ผละออกเปลี่ยนมาเป็นเชยคางคนในอ้อมกอดให้เชิดขึ้น



    ดวงตาทั้งสองคู่สบกันอย่างสื่อความนัยที่รู้กัน ใบหน้าหล่อเหลาของจิ่งอวี๋เลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าอ่อนเยาว์ที่แสนจะใสซื่อดื้อบริสุทธิ์ของโจวโจวช้าๆ



    ฟึ่บ



    จมูกโด่งเป็นสันถูไถไปกับสันจมูกโค้งโด่งแสนเซกซี่ของโจวโจวช้าๆ ริมฝีปากหยักบางทาบลงบนกลีบปากอิ่มแสนนุ่มนิ่มที่เขาลิ้มรสมาแล้วหลายครั้งอย่างนับไม่ถ้วน



    แต่ถึงกระนั้นกลับไม่เคยเบื่อ มีแต่อยากชิมและลิ้มรสอยู่เรื่อยๆ ไม่อยากจะผละออกเลยสักนิด



    "อืม" โจวโจวตอบรับในลำคอขณะเผยอริมฝีปากรับลิ้นอุ่นร้อนที่คลอเคลียบนร่องริมฝีปากให้เข้ามาตักตวงได้ตามใจชอบ ขณะเดียวกันก็ส่งลิ้นของตัวเองเข้าไปทักทายและเก็บเกี่ยวรสชาติของร่างสูงใหญ่ซึ่งโอบกอดตัวเองเอาไว้อย่างไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน



    ขณะที่จิ่งอวี๋ริมฝีปากปรนเปรอให้กับโจวโจวนั้น มือหนาก็ขยับลูบไล้ไปตามลำตัวใต้ร่มผ้าเนื้อนิ่มจนมันเปิดเผยไปถึงไหนต่อไหน เผยให้เห็นเรือนร่างของเด็กหนุ่มซึ่งเติบโตขึ้นจนใกล้จะเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัว



    แผ่นหลังกึ่งเปลือยแนบลงกับพื้นผิวของโซฟาหนังนุ่ม ด้วยความที่มันเป็นหนังจึงทำให้โซฟาเย็นตามอุณหภูมิห้องไปด้วย แผ่นหลังบางเดาะขึ้นเบาๆ เมื่อเจอกับความเย็นเฉียบก่อนจะค่อยๆ ปล่อยให้แนบลงไปตามแรงรุกเร้าของฝ่ามือหนาซึ่งลูบไล้อยู่บนหน้าท้องและลากขึ้นไปหยุดอยู่ที่ยอดอกแข็งชูชัน



    จ๊วบ



    เสียงจูบดูดดึงแลกรสสัมผัสของทั้งคู่ดังขึ้นเบาๆ สลับกับเสียงชื้นแฉะของปลายลิ้นที่ถูไถกันอยู่ภายใน



    มือบางลูบไปตามแผงอกแกร่งก่อนจะเลื่อนลงไปจับชายเสื้อแล้วรั้งขึ้นอย่างต้องการจะถอดมันออกจากร่างสูงใหญ่ซึ่งอยู่ด้านบนของตัวเอง



    เสื้อยืดทั้งคู่ถูกปลดเปลื้องลงไปกองอยู่บนพื้นพรม ตามด้วยอาภรณ์เบื้องล่าง



    บรรยากาศของกามารมณ์ถูกจุดขึ้น แรกเริ่มเนิบช้าก่อนค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนรุนแรงขึ้น เสียงของผิวกายเปลือยเปล่าบดเบียดกับโซฟาหนัง เสียงหอบหายใจกระเส่าแผ่วเบาคลอไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ



    ไม่นานการเคลื่อนไหวของกิจกรรมก็ดำเนินไปตามจังหวะครรลองที่ควรจะเป็น



    บ้างนุ่มนวล บ้างหนักหน่วง บ้างรุนแรง



    ถึงอย่างนั้นก็เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งรัก ไออบอุ่นที่สานสายความสัมพันธ์ทั้งคู่ให้ยิ่งแน่นแฟ้นคละคลุ้งไปทั่วห้องกว้าง



    ดวงตาสองคู่มองสบกันเมื่อถึงปลายทางครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งครั้งสุดท้ายของวันนี้



    หัวใจทั้งสองดวงเต้นถี่รัวแทบจะเป็นจังหวะเดียวราวกับเป็นคนคนเดียวกัน



    สองร่างอิงแอบแนบชิดนิ่งๆ มีเพียงหางฟูของโจวโจวที่ปัดป่ายไปมาบ่งบอกถึงความอบอุ่นสบายใจ สื่อความรู้สึกของแมวที่มีต่อเจ้าของ จิ่งอวี๋เองก็ไม่ต่างกัน เขาตระกองกอดเจ้าแมวดื้อไว้แนบอก ริมฝีปากหยักพรมจูบบนขมับซ้ำๆ อย่างรักใคร่ ฝ่ามือลูบสัมผัสหัวไหล่เปลือยเปล่าอย่างอ่อนโยน



    แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับคนสองคน.. ไม่สิ หนึ่งคนหนึ่งแมวก็ได้



    จริงไหม?



    END.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in