กริ๊ก
ปัง
เสียงเซนเซอร์สัญญาณปลดล็อกประตูดังขึ้นไม่ทันจบ เจ้าของห้องก็ผลักประตูเปิดเข้ามาแล้วปิดลงอย่างรวดเร็วทันที
ร่างกายสูงใหญ่ที่เปียกโชกไปด้วยหยาดฝนเย็นเฉียบถอดรองเท้าไว้ตรงส่วนหน้าประตูทิ้งร่องรอยของหยดน้ำไปตามทางที่เจ้าตัวเดินผ่าน ขณะที่รีบเข้ามาเปิดฮีทเตอร์ปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้น
"เมี้ยว.. เจ้าแมว" เสียงทุ้มต่ำบีบให้เล็กลงก่อนจะส่งเสียงเบาๆ พร้อมกับดึงชายเสื้อตัวเองออกเพื่อมองสิ่งมีชีวิตตัวเล็กที่ตัวเป็นก้อนเล็กพลางสั่นน้อยๆ ด้วยความหนาว
"..." ไม่มีเสียงตอบรับจากสิ่งมีชีวิตตัวน้อยตรงหน้า
เขาค่อยๆ ขยับมืออุ้มมันลงบนเบาะรองนั่งท่ี่หนานุ่มข้างๆ โซฟาก่อนจะเดินเลี่ยงไปหยิบผ้าขนหนูที่คาดว่าคงจะไม่ได้ใช้แล้วหลังจากนี้มาคลุมตัวเจ้าแมวน้อยไว้ จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองที่เปียกชื้นออกแล้วเดินกลับมานั่งลงบนพื้นข้างๆ สิ่งมีชีวิตใหม่ร่วมห้อง
จิ่งอวี๋ได้มีโอกาสสำรวจมันอย่างจริงจังเมื่อมือหนาขยับผ้าขนหนูเช็ดขนนุ่มที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำฝน ขณะที่ยังหมาดอยู่นั้นก็ออกจะคล้ายสีเทาเข้มจนเกือบดำ หากถ้าแห้งลงคงสีอ่อนกว่านี้นิดหน่อยล่ะมั้ง
ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยตรงหน้าเป็นพันธุ์อะไรเพราะเขาไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เรื่องแมวเสียด้วยสิ
นิ้วยาวเขี่ยบนหน้าผากเจ้าตัวเล็กน้อยๆ แล้วลูบหัวเบาๆ อย่างสงสาร
"หืม.. มีปลอกคอด้วยเหรอ" เขาพึมพำเบาๆ เมื่อเจอปลอกคอขนาดพอดีกับตัวของเจ้าตัวเล็กสวมอยู่ แต่เหมือนมันจะไม่ได้ห้อยกระดิ่งเพราะเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
พรึ่บ
จิ่งอวี๋ยื่นนิ้วไปเกลี่ยใต้ลำคอบอบบางก่อนจะหยิบป้ายที่ห้อยไว้กับปลอกคอออกมาดู
"โจวโจว... งั้นเหรอ" พึมพำเบาๆ เมื่อเห็นตัวอักษรสองตัวบนป้ายนั้น
คงเป็นชื่อล่ะมั้ง
เขาคิดในใจพร้อมกับใช้ผ้าลูบขนเช็ดให้เจ้าตัวน้อยต่อจนใกล้จะแห้ง แต่กลับไปสะดุดตาเข้ากับบางอย่างที่ข้อเท้าของมัน...
"หือ... เป็นแผลเหรอเนี่ย" พูดขึ้นพร้อมกับจับข้อเท้าเล็กซึ่งขนแหว่งไปเล็กน้อย จนเห็นผิวเนื้อและรอยแผลสีแดงสดเป็นทางยาวที่เหวอะหวะนิดหน่อย
ทำแผลให้แมวต้องทำยังไงวะเนี่ย
ฝ่ามือใหญ่ลูบไปตามลำตัวเล็กที่ขนเริ่มแห้งฟูขึ้นมากว่าเดิมเล็กน้อยแล้ว แม้จะโดนก่อกวนก็ยังคงหลับสบายผิดวิสัยแมวที่ต้องปฏิบัติต่อคนแปลกหน้าไปหน่อยหรือเปล่าน่ะหือ
เขานั่งมองรอยแผลที่ข้อเท้าของโจวโจวเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปหยิบกล่องยาสามัญประจำห้องมารื้อดูคร่าวๆ
เบตาดีน... ใช้ไปก่อนแล้วกันนะ ไว้จะพาไปหาหมอทีหลัง
จิ่งอวี๋หยิบขวดเบตาดีนขึ้นมาถือไว้พร้อมกับผ้าพันแผลและเทปสำหรับพันแผล จากนั้นก็เดินมานั่งลงที่เดิมและเริ่มลงมือทำแผลให้เจ้าตัวเล็กที่นอนหลับสบายหายใจอย่างสม่ำเสมอตรงหน้า
เมื่อหยดเบตาดีนเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มใช้ผ้าพันแผลพันรอบๆ ทันที..
"หนาไปไหมเนี่ย" พูดกับตัวเองพลางมองในมือที่มีผ้าพันแผลพันรอบต้นขาเล็กจนบวมเป็นก้อนกลมเล็ก
จิ่งอวี๋ส่ายหัวกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหยุดมือลงแล้วใช้เทปมาติดไว้ให้แน่นหนา
"งืดด" เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นจากเจ้าตัวเล็กเรียกให้มนุษย์ตัวโตหันไปมองทันที
"ไงโจวโจว.. ตื่นแล้วเหรอ" เอ่ยขึ้นเสียงนุ่มโดยไม่ลืมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยใต้คางผ่านกลุ่มขนนุ่มแล้วเกาเบาๆ
เจ้าตัวเล็กที่ถูกเรียกว่าโจวโจวก็หลับตาพริ้มให้อีกฝ่ายเกาอย่างไม่หวงตัว แถมยังเอียงหน้าให้ตัวเองสบายขึ้นอีกต่างหาก
เห็นดังนั้นจิ่งอวี๋จึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา มือหนาเลื่อนไปขยี้หัวโหนกนูนเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเอาอุปกรณ์ทำแผลเมื่อครู่ไปเก็บ
แต่เมื่อเดินกลับมาเขาก็พบว่าเจ้าแมวบาดเจ็บนี่เริ่มดมๆ ตรงส่วนที่เขาเพิ่งทำแผลไปให้ และเหมือนจะมีที่ท่าว่าจะรำคาญเล็กๆ คล้ายกับอยากจะกัดดึงผ้าพันแผลออกอีกต่างหาก
"ไม่ได้นะ... ถ้านายดึงผ้าพันแผลหลุดนายก็จะไปเลียแผล แบบนั้นไม่ดีแน่ รู้ไหม" จิ่งอวี๋พูดกับโจวโจวโดยที่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะฟังเขาเข้าใจหรือไม่ ก่อนจะส่งมือหนาไปช้อนตรงกลางลำตัวแล้วยกขึ้นมาอุ้มแนบอกไว้
"หิวหรือเปล่า" เขาถามแต่ก็ไม่ได้ต้องการคำตอบอยู่แล้ว เมื่อร่างสูงใหญ่ที่มีแมวตัวเล็กอยู่ในอ้อมกอดออกเดินจากห้องนั่งเล่นไปยังส่วนของห้องครัว
เจ้าตัวเล็กชะโงกชะเง้อมองไปรอบๆ อย่างสนอกสนใจ อุ้งเท้าเล็กๆ ก็ดันกึ่งนวดอยู่บนหน้าอกแข็งแกร่งของมนุษย์ตัวโตไปด้วย ขณะเดียวกันเสียงครางครืดคราดก็ดังในลำคอเบาๆ
จิ่งอวี๋เปิดตู้เย็นหานมที่แช่ไว้หยิบออกมาวางบนโต๊ะ จากนั้นก็มองหาชามเล็กๆ แล้วหยิบมาวางข้างๆ กัน
เขาเทนมลงชามแล้วเอาเข้าไมโครเวฟเพื่ออุ่นเล็กน้อย โดยไม่ลืมเล่นกับเพื่อนใหม่ระหว่างรอ
"กินไปก่อนนะ เอาไว้ฉันจะซื้อสิ่งที่นายชอบมาให้" พูดพลางเกาคางแมวในอ้อมกอดไปด้วย
"เมี้ยว" โจวโจวหลับตาพริ้มพลางขานรับคล้ายกับฟังรู้เรื่อง หางเล็กฟูก็ตวัดไปมาเกาะเกี่ยวกับท่อนแขนแข็งแกร่งไปด้วย
ติ๊ง
"เอาล่ะ ได้แล้ว... มากินตรงนี้มา" เมื่อได้ยินเสียงเตือนจากไมโครเวฟเขาก็วางโจวโจวลงบนโต๊ะแล้วหันไปหยิบเอาชามนมออกมาจากไมโครเวฟโดยไม่ลืมเช็กอุณหภูมิด้วยว่าร้อนเกินไปหรือไม่
กึก
เขาวางมันลงบนโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าโจวโจวมาใกล้ๆ ชามนม ให้เวลาปรับตัวสักพัก โจวโจวทั้งดมอยู่ไม่นานลิ้นเล็กก็ก้มลงชิมนมในชามทันที
รอยยิ้มอบอุ่นถูกแต้มลงบนริมฝีปากหยักของจิ่งอวี๋โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด สายตาท่ีในยามปกติค่อนข้างเย็นชาและไม่เป็นมิตรเท่าไรนักก็ฉายแววอ่อนโยนออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มือหนาลูบหลังแมวตัวเล็กไปพลาง ก่อนจะเปลี่ยนมานั่งมองเฉยๆ อย่างไม่ต้องการจะรบกวนเวลากินของอีกฝ่าย
เขาลุกไปหาชามเล็กอีกใบแล้วเทน้ำดื่มใส่ให้ก่อนจะนำมาวางข้างๆ ชามนมที่กำลังถูกกินอยู่
ใช้เวลาไม่นานโจวโจวก็กินจนอิ่มทั้งน้ำและนม ดูเหมือนพุงเล็กๆ จะตึงขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อจิ่งอวี๋จับเจ้าตัวน้อยอุ้มขึ้นเหนือหัว
ฟอด
จมูกโด่งได้รูปฝังลงบนพุงน้อยเต่งตึงอย่างมันเขี้ยว โดยไม่รู้ตัวว่าอะไรดลใจให้ทำแบบนั้น ทั้งที่เขาก็ไม่ใช่พวกทาสแมวเสียหน่อย
จิ่งอวี๋อุ้มโจวโจวไว้ด้วยมือข้างเดียวนิ้วก็ขยับเขี่ยใต้ลำคอไปด้วย มืออีกข้างก็หยิบชามทั้งสองไปแช่ไว้ในอ่าง จากนั้นเขาก็พาเจ้าแมวน้อยไปนั่งเล่นบนเบาะรองนั่งที่อีกฝ่ายนอนอยู่ในตอนแรกที่มาถึง
"เล่นนี่รอไปก่อนนะ ฉันไปอาบน้ำก่อน" จิ่งอวี๋พูดพร้อมกับวางลูกปิงปองที่มีอยู่ติดห้องลงบนเบาะที่โจวโจวนอนอยู่
อุ้งมือเล็กตวัดแตะลูกปิงปองเบาๆ มันก็กลิ้งหลบไปอีกทาง ทำให้เจ้าแมวเริ่มรู้สึกสนุกกับการเล่นคนเดียว.. ไม่สิ เล่นกับลูกปิงปองต่างหากล่ะ
รอยยิ้มบางๆ จุดขึ้นอีกครั้ง มือหนาขยับไปขยี้หัวเจ้าตัวเล็กเบาๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังห้องน้ำเพื่อทำความสะอาดร่างกายที่เต็มไปด้วยเหงื่อไคลและหยาดน้ำฝนของตัวเองเสียที
เวลาผ่านไปสักพัก ร่างสูงใหญ่ก็เดินออกมาในสภาพเปลือยท่อนบนอวดกล้ามเนื้อเรียงตัวสวยที่มีผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่บนบ่ากับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้นพอดีตัวสวมไว้กันโป๊อีกที
เขานั่งลงบนพื้นข้างๆ เบาะที่เจ้าโจวโจวนอนเล่นอยู่
"นอนคนเดียวได้ไหม" จิ่งอวี๋เอ่ยถามขึ้นเบาๆ ฝ่ามือก็ลูบขนนุ่มสีเทาเข้มของอีกฝ่ายไปด้วย
"ปกติฉันก็นอนคนเดียวได้นะ.. แต่วันนี้ไม่อยากนอนคนเดียวเลยแฮะ" พึมพำกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะส่งมือไปช้อนกลางลำตัวของเจ้าตัวเล็กขึ้นมาอุ้มวางบนตัก
ผิวกายเย็นทว่ามีไออุ่นจากเลือดเนื้อทำเอาเจ้าแมวขยับกายถูไถกับหน้าท้องแกร่งอย่างพึงพอใจพลางส่งเสียงครางครืดเบาๆ เป็นสัญญาณบอก
"ไปนอนกันดีกว่า ดึกแล้ว" พูดจบก็อุ้มเจ้าแมวน้อยที่กำลังหลับตาพริ้มเคลิ้มไถอยู่บนตักขึ้นแนบอกตัวเองพาเดินไปปิดไฟในห้องนั่งเล่น จากนั้นก็เข้าไปยังส่วนของห้องนอนทันที
ฟึ่บ
เตียงหลังใหญ่ยวบลงไปตามแรงเมื่อจิ่งอวี๋ขยับขึ้นไปนั่งบนนั้น วางโจวโจวลงบนผ้านวมผืนนุ่ม ก่อนที่จะเอื้อมไปกดสวิตช์เพื่อเปิดไฟหัวเตียงและปิดไฟดวงใหญ่กลางห้องไปด้วย
ร่างหนาสอดตัวเข้าผ้าห่มและไม่ลืมที่จะอุ้มเจ้าแมวเข้ามานอนด้วยกัน
"เมี้ยวว.." โจวโจวร้องเบาๆ เมื่อฝ่ามือของมนุษย์ตัวโตเกาคางเกาพุงให้ตัวเองอย่างรู้งาน
จุ๊บ
จิ่งอวี๋กดริมฝีปากประทับลงบนหน้าผากโหนกเล็กซึ่งกำลังหลับตาพริ้มอย่างสบายตัว
น่าแปลกแฮะ.. แปลกเกินไปแล้ว
จิ่งอวี๋ครุ่นคิดกับตัวเองกับสิ่งที่เขาทำนั้น มันออกจะแปลกไม่น้อย เขาไม่เคยเป็นทาสแมว ไม่เคยคิดจะนอนร่วมกับสัตว์ชนิดไหน แม้แต่หมาตัวใหญ่ที่บ้าน เขายังไม่อนุญาตให้มันเข้าในห้องนอนเลยด้วยซ้ำ แต่นี่เป็นแมวแปลกหน้าตัวเล็กเพียงตัวหนึ่งเท่านั้น
เขากลับยินยอมที่จะให้มันเข้ามามีตัวตนอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา แถมยังทำให้เขารู้สึกเอ็นดู จนอยากกอดอยากฟัดตลอดเวลาแบบนี้ หรือเพราะเขาไม่เคยได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมวแบบจริงจังมาก่อนงั้นเหรอ
ทำไมเขาถึงได้ทำทุกอย่างที่ตัวเองไม่เคยทำกันนะ... ร่างสูงใหญ่คิดไปพลางค่อยๆ หลับตาลง
จิ่งอวี๋หลับไปโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาจะเจอในวันรุ่งขึ้นนั้น จะเป็นเรื่องที่ทำให้เขาแปลกยิ่งกว่าวันนี้เสียอีก
TBC.
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in