วันหนึ่ง... หลังจากการฝึกซ้อมยิวยิตสูอย่างยาวนานตลอดทั้งวันเสร็จสิ้นลง
เมื่อหวงจิ่งอวี๋เดินออกมาก็พบว่าท้องฟ้าภายนอกนั้นมืดสนิทเสียแล้ว
และเมื่อก้าวขาออกมาได้ไม่เท่าไหร่นั้น...
ซ่าาาาาา
ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาโดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้าเลยสักนิด ร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อกล้ามตัวโคร่งกับกางเกงวอร์มขายาวสีเข้มเปียกชุ่มไปทั้งตัวภายในเวลาไม่กี่วินาที
"ให้ตายเถอะโว้ย! ตกอะไรตอนนี้วะ" ซ้อมก็หนักร่างกายอยากจะพักเต็มที แต่ฝนตัวดีก็เทลงมาทำให้เปียกแฉะไปหมดจนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าคำรามด้วยความโมโห
ซ่าาา
แฉะๆๆ
รองเท้าผ้าใบคู่เก่าที่ในขณะนี้เปียกชุ่มจนคล้ายกับมีแอ่งน้ำอยู่ภายในวิ่งลุยฝนไปหลบอยู่ตรงป้ายรถเมล์ที่ไม่ไกลจากโรงยิมที่เขาเพิ่งซ้อมกีฬามากเมื่อครู่เท่าไรนัก ซึ่งก็มีหลายคนยืืนหลบฝนอยู่เช่นกัน
"เวร.. โทรศัพท์เปียกหมดเลย" มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวอร์มก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูซึ่งตอนนี้ชื้นไปด้วยหยาดฝนที่ซึมผ่านเนื้อผ้าเข้าไป เขาสะบัดเบาๆ คล้ายกับว่ามันจะทำให้โทรศัพท์ในมือแห้งลงได้บ้าง
ครืด..
มือข้างหนึ่งเลื่อนมารูดซิปบนกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ที่เขาสะพายพาดเฉียงบนไหล่เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าชุดยิวยิตสูของเขานั้นไม่ได้เปียกชื้นหรือได้รับผลกระทบอะไรจากน้ำฝนใช่ไหม
เมื่อตรวจดูเรียบร้อยแล้วก็ล้วงมือลงไปหาผ้าขนหนูผืนเล็กซึ่งปกติเขาจะเอาไว้เช็ดเหงื่อออกมา
พรึ่บ
สะบัดผ้าให้คลี่ออกเล็กน้อยก่อนจะนำโทรศัพท์ที่เปียกชื้นอยู่มาวางแล้วห่อไว้เพื่อเช็ดให้หายชื้น จากนั้นก็ยัดทั้งหมดลงกระเป๋าทันที
โชคดีที่กระเป๋าใบนี้มันกันน้ำได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงได้หัวเสียยิ่งกว่าเก่าถ้านอกจากตัวเปียกแล้วชุดกีฬาที่ต้องใส่เป็นประจำยังต้องมาเปียกอีก
ซ่าา.. ซ่า
ดวงตาเรียวรีที่ฉายแววหงุดหงิดมองไปยังด้านนอกซึ่งเม็ดฝนยังคงเทลงมาไม่หยุด แม้จะซาลงกว่าตอนแรกแล้วก็ตาม
"ฮ้าว.." ริมฝีปากหยักอ้าออกเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงเบาๆ เมื่อหาวออกมาด้วยความเหนื่อยล้า มือหนาก็ลูบไปตามท่อนแขนเปลือยที่ท้ั้งเปียกเหงือทั้งเปียกฝนจนเหนียวเหนอะหนะไปหมดอย่างเซ็งๆ
"รีบๆ เบาลงสักทีสิวะ" พึมพำเบาๆ มือก็เลื่อนมาขยี้ผมตัวเองแรงๆ พลางมองไปยังบรรยากาศด้านนอก
บนท้องถนนเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถบนท้องถนนที่ติดขัดเนื่องจากสภาพอากาศแถมยังเป็นเวลาเลิกงานอีกต่างหาก โชคดีที่เขาไม่ต้องไปผจญกับความหงุดหงิดที่รถติดจนขยับไม่ได้แบบนั้น เพราะคอนโดฯ ที่เขาพักอยู่นั้นสามารถเดินไปได้เพียงแค่ไม่กี่ป้ายรถเมล์เท่านั้นจากโรงยิม
หรือจะวิ่งฝ่าฝนไปเลยดี ขี้เกียจรอ
เขาครุ่นคิดอยู่ในใจพลางขยับตัวไปยืนพิงเสาของป้ายรถเมล์แล้วชะโงกออกไปเช็กดูว่าจะทำยังไงต่อไป
เอาวะ ไปก็ไป
มือหนากระตุกรัดสายสะพายกระเป๋าให้แน่นขึ้นก่อนจะกระชับกำเอาไว้มั่น...
ตุบๆๆ ซู่...
พรึ่บ
ตึกๆๆ
"เฮ้ย!!!" ร่างสูงที่ออกตัววิ่งจากป้ายรถเมล์ไปตามทางเท้าด้วยความเร็วสูงร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะหยุดชะงักฝีเท้าลง
เมื่อจู่ๆ ก็มีกล่องกระดาษเปื่อยๆ ที่คาดว่าน่าจะเปียกฝนมานานพอสมควรโผล่ขึ้นมาตรงหน้าซะอย่างนั้น ทั้งที่ตอนวิ่งมาก็มองตรงมาข้างหน้าตลอดแต่กลับไม่เจออะไร
มาจากไหนเนี่ย
โชคดีที่ฝนเริ่มเบาลงบ้างแล้ว ขายาวหยุดลงแล้วเดินอ้อมหลบกล่องที่จู่ๆ ก็โผล่มาขวางทางออกไปทางด้านข้างพร้อมกับเหลือบมองวัตถุต้องสงสัยนั้นอย่างระแวดระวัง
พรึ่บ
"งื้ออ..." เสียงแหลมเล็กดังขึ้นกลางเสียงฝนเบาๆ ทำให้จิ่งอวี๋ต้องหันไปมองรอบๆ ก่อนจะไม่พบต้นตอของเสียง
เขาหันหน้าไปยังทิศทางของคอนโดฯ ตัวเองก่อนจะก้าวเดินต่อ...
ตุบ
"เมี้ยว..."
นี่มันเสียงแมวไม่ใช่เหรอวะ...
เขาหันไปด้านหลังอีกรอบและคราวนี้ก็พบว่ามีแมวจริงๆ อย่างที่ได้ยิน
กล่องกระดาษที่เปื่อยจนแทบยุ่ยเอียงลงไปด้านข้าง ทำให้เห็นหัวของเจ้าตัวน้อยที่เปียกโชกไม่ต่างกับจิ่งอวี๋โผล่ออกมาตามรอยแยกของกล่องกระดาษนั่น
ดวงตากลมใสที่แม้จะอยู่ในความมืด แต่กลับสะท้อนกับเงาของแสงไฟแวบวาบจากท้องถนนจนทำให้จิ่งอวี๋เห็นมันได้อย่างถนัดตาจนคล้ายกับถูกดึงดูดด้วยบางสิ่งจากแววตาคู่นั้น
เฮ้ย! ใครเอาลูกแมวมาทิ้งไว้ข้างนอกในฤดูฝนแบบนี้เนี่ย
เขาชะงักหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงแตรบนท้องถนน ก่อนจะตำหนิอยู่ในใจแล้วเดินย้อนกลับไปใช้มือบังฝนให้ลูกแมวตัวเล็กที่ท่าทางหนาวสั่นอย่างหนัก
ส่งมือหนาไปอุ้มขึ้นมาไว้ในอุ้งมือแล้วมองหาอย่างอื่นที่พอจะเป็นที่หลบฝนให้เจ้าตัวน้อยนี่ได้แทนกล่องกระดาษอันเดิม
"เมี้ยวว.." แม้ว่าหวงจิ่งอวี๋จะตัวเปียกและเย็นจัดเพราะอุณหภูมิของน้ำฝน แต่อุณหภูมิภายในจิตใจที่อบอุ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งมีีชีวิตตัวเล็กๆ ก็ทำให้มันส่งเสียงร้องเบาๆ อย่างพึงพอใจพร้อมกับส่งหัวเล็กๆ ที่เปียกชื้นเข้าถูไถกับฝ่ามือใหญ่ของมนุษย์ตัวโตอย่างออดอ้อน
หวงจิ่งอวี๋ก้มมองปฏิกิริยาของแมวน้อยในอุ้งมือตัวเองด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย แต่ในขณะที่ยังไม่ได้คิดอะไรมากนั้น...
เปรี้ยง!
ซ่าาาา
จู่ๆ ฝนที่ทำท่าคล้ายกับจะหยุดลงก็เปลี่ยนทีท่าไป ท้องฟ้ามืดครึ้มคำรามแล้วผ่าเปรี้ยงจนดังลั่นไปหมดก่อนที่จะหอบเอาฝนห่าใหญ่ให้ตกลงมาอีกละลอก
"แง๊ง!!" แมวน้อยในอุ้งมือตกใจอย่างแรงจนจิกเล็บน้อยๆ ลงบนอุ้งมือหนาพร้อมกับไถตัวมุดซุกอย่างต้องการหาที่กำบัง
"ฉิบหายแล้ว" จิ่งอวี๋สบถเบาๆ เมื่อจู่ๆ สภาพอากาศก็แย่ลงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาจึงตัดสินใจอุ้มแมวน้อยแปลกหน้าเข้าแนบอกแล้วถลกชายเสื้อกล้ามตัวโคร่งที่เปียกโชกของตัวเองมาห่อเอาไว้เพื่อป้องกันอีกชั้น
เรือนร่างแข็งแกร่งที่เจ้าตัวแสนจะหวงแหนนักหนาถูกเปิดเผยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในตอนนี้เขากลับไม่สนใจมันแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่เป็นห่วงสิ่งมีชีวิตตัวน้อยในอ้อมกอดเท่านั้น
หลังจากใช้เสื้อตัวเองห่อหุ้มเจ้าแมวได้จนเรียบร้อย ไม่นานนักเขาก็เริ่มออกตัววิ่งไปยังจุดหมายปลายทางเดิมของตัวเองทันที นั่นก็คือคอนโดฯ ของเขาซึ่งอยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่รัอยเมตรนั่นเอง
โดยที่มีสิ่งมีชีวิตแปลกหน้าตัวน้อยติดมาด้วย
และนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่มีทางรู้ล่วงหน้าได้เลยว่ามันจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
TBC.
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in