เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
A teardrop to the ocean – living_offsoda
Intro : INTO THE OCEAN

  • INTO THE OCEAN

     

     

               เสียงคลื่นกระทบฝั่งอย่างที่ใครหลายคนชอบโดยเฉพาะ โลกิ ลาฟฟีซัน ไม่ได้ทำให้เขาผ่อนคลายลงแต่อย่างใด ถึงเพื่อนจะทำหน้าพริ้มอ้าแขนรับลมทะเลอยู่ข้าง ๆ แต่เขากลับยืนกอดอกแน่น ความจริงวันนี้ก็อากาศเย็นอยู่แล้ว แต่โลกิกลับลากเขามายืนโง่ ๆ ที่ชายหาดได้เกือบชั่วโมง และคนที่ไม่ถูกกับอากาศหนาวอย่างเขา แค่ถูกลมที่พัดมาเบา ๆ ก็เริ่มจะสั่น

     

    “หนาวหรอ โทษที แต่ฉันกำลังสบายเลย”

     

    “แต่ฉันก็กำลังจะไม่สบายแล้วเนี่ย!” โลกิหัวเราะคิกคัก ไอ้เพื่อนหน้าแมวของเขากอดตัวเองจนจะเป็นก้อนกลม เขารู้ว่าบัคกี้ขี้หนาวแต่ก็เห็นแก่ตัวเกินกว่าจะปฏิเสธกลิ่นทะเลที่มากับลมเย็น ๆ นี้ไปได้

     

    “กอดฉันก็ได้นะ” ไม่พูดเปล่า แขนใต้เสื้อแขนยาวสีขาวอ้าออกพร้อมรับด้วย

     

    “พออกหักแล้วใช้ร่างกายเปลืองเนอะ” โลกิหัวเราะลั่นกับคำปฏิเสธที่เจ็บแสบไม่เบาของเพื่อนตัวดี

     

    “ก็รู้ว่าอกหักแล้วยังจะปฏิเสธคนใจพัง ๆ อย่างฉันอีกเนอะ ใจร้ายชะมัด”

     

    “ไม่ได้พังแค่ใจแล้ว ...สติด้วย” ถามจริงคนดี ๆ ที่ไหนจะมายืนให้ลมถากหน้าที่ชายหาดเอาตอนตีสองกัน

     

    “ฮ่า ๆ” บัคกี้ยืนมองเพื่อนหัวเราะเบา ๆ สายตาของโลกิมองไปไกลที่ผืนน้ำสีดำสนิท บนใบหน้าระบายรอยยิ้มจางแต่สายตาโคตรน่าสงสาร ผิดกับเมื่อราว ๆ สี่ชั่วโมงก่อนลิบลับ –ตอนนั้นเขากับโลกิกำลังแซ่บได้ที่ในคลับคลับหนึ่ง (กำลังกรึ่มเลยล่ะ) จำได้ว่าเห็นเพื่อนออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกเป็นชั่วโมงได้ จนเขาจะภาพตัดอยู่แล้ว แต่พอเห็นสภาพตอนอีกคนกลับมาก็ตาสว่างเหมือนโดนแม่ฟาดเข้าให้ด้วยกระทะ

     

               โลกิเดินร้องไห้ฝ่าดงผู้หญิงที่ล้อมเขาอยู่ในคลับแล้วกระชากออกมาขึ้นรถ และมาจบอยู่ที่นี่ 

     

     

    “สวยว่ะ”

     

    “ฮะ ?”

     

    “ทะเลตอนกลางคืน สวยดี”

     

    “มืดขนาดนี้เอาอะไรมามองเห็นว่าสวย” เขาขมวดคิ้วแน่น หรี่ตามองผืนน้ำตรงหน้าที่แทบไม่เห็นอะไร พยายามหาความหมายกับคำพูดของเพื่อน

     

    “อย่าใช้ตามองดิ”

     

    “เอ้า จะให้ฉันใช้จมูกมองหรือไง”

     

    “ฮ่า ๆ ไม่ใช่อย่างนั้น ... หลับตา แล้วฟัง”

     

    “ฮะ ? ”

     

    “เออ ลองดู” ถึงจะยังไม่เข้าใจแต่เขาก็ทำตาม ... บัคกี้ปิดตาพยายามฟังเสียงทะเลอย่างที่โลกิแนะนำ

     

    .

    .

    .

              ภาพสีดำสนิทถูกแทนที่ด้วยผู้ชายคนหนึ่ง – เขาคนนั้นกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ที่ชายหาด สองมือใหญ่ ๆ เกลี่ยทรายบนพื้นเล่นอย่างสบายอารมณ์

     

    “จะไม่เล่นน้ำจริง ๆ หรอ” เงยหน้าขึ้นมาถามด้วยสายตาเว้าวอน มุมปากแต้มรอยยิ้มเล็ก ๆ

     

             ถามใครกันน่ะ ? ถามเขาเหรอ ? แต่เขาไม่รู้จักคนคนนี้นะ ...

     

    “ก็บอกว่ากลัวไง” บัคกี้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตอบอะไร แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงที่เขาใช้พูดมาตลอดชีวิต แต่สาบานได้ว่าปากเขาไม่ได้ขยับแม้แต่นิดเดียวเลยด้วยซ้ำ

     

    “ไปกับฉันไม่เห็นต้องกลัว” เสียงทุ้มต่ำกับรอยยิ้มที่คราวนี้กว้างขึ้นจนเห็นเขี้ยวนั่นไม่ได้ทำให้หายข้องใจ... ผู้ชายคนนี้คือใคร แล้วทำไมเขาถึงได้ยินตัวเองตอบกลับไปอย่างนั้นล่ะ

     

    “นายก็ไม่ต่างอะไรจากทะเลหรอก”

     

    “ทะเลมีอะไรน่ากลัวขนาดนั้น ?”

     

    “ก็มีอะไรอยู่ข้างล่างบ้างก็ไม่รู้...คนเราน่ะรู้จักทะเลไม่ดีพอหรอกนะ”

     

    “แต่นายรู้จักฉันดีไม่ใช่หรือไง ? ” เขาสะบัดทรายในมือทิ้งแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ...และนั่นยิ่งทำให้บัคกี้มั่นใจว่าเขาไม่เคยรู้จักคนคนนี้มาก่อน

     

    “ไม่เลยซักนิด... นายน่ะ .. บางที ...”

     

    “หมายความว่ายังไง ?”

     

    “นายน่ะ... เป็นมหาสมุทรชัด ๆ เลย”

     

    .
    .
    .
    .
    .

     

    “บัค!! กี้!!”  เปลือกตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ภาพตรงหน้ากลับมาเป็นผืนน้ำสีดำสนิทอีกครั้ง รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นเร็วแรง เม็ดเหงื่อซึมที่ขมับและทั่วแผ่นหลัง สองฝ่ามือก็ชื้นเหงื่อจนน่าตกใจ ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกเขาหนาวจนสั่นแต่ตอนนี้เหงื่อกลับท่วมตัวเสียอย่างนั้น


    “สวยมากเลยใช่ไหม ทะเลน่ะ...” นิ้วเรียวเย็นเฉียบของเพื่อนสนิทเอื้อมมาปาดของเหลวบางอย่างตรงแก้มซ้ายที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่ามันไหลออกจากดวงตาตั้งแต่เมื่อไหร่ 

     

                โลกิเกลี่ยไล่หยดน้ำที่เขาเองก็ไม่รู้ที่มาแต่มันก็ยังไหลไม่หยุดไปเรื่อย ๆ เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจด้วยซ้ำ แต่ก็ให้คำตอบไม่ได้เช่นกันว่าทำไมน้ำตาเขาถึงไหล เขาสงสัย แต่พูดไม่ออก โลกิเองก็ไม่ได้พูดอะไร ใช้นิ้วซับน้ำตาเขาต่อราวกับมันเป็นเรื่องปกติที่คุ้นชิน– และชั่ววินาทีที่เขาเผลอสบตาคนตรงหน้า ถึงจะรู้จักคนคนนี้มาเกือบครึ่งชีวิต แต่เขาไม่เคยเห็นรอยยิ้มและแววตาที่ว่างเปล่าขนาดนี้ของเพื่อนรักมาก่อน

     

     

     

    “นายน่ะรู้จักทะเลดีกว่าฉันอีกนะ บัคกี้..”  

     

     

    --------------------------------------------

    สวัสดีค่ะเอาอินโทรสั้นๆ (มาก) มาลงก่อนนะคะ ก่อนอื่นเลยต้องขอบอกว่าฟิคชั่นเรื่องนี้เเกิดขึ้นจากความรู้สึกเราตอนมองน้ำทะเลค่ะ จริง ๆ แล้วเรากลัวทะเลแต่ก็อยากรู้จักทะเลให้มากกว่านี้ ส่วนจะเกี่ยวข้องยังไงกับบัคกี้นั้นก็ยังตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ 55555555 เอาเป็นว่าขอฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะอาจจะทำให้งง ๆ นิดหน่อยภาษาก็ยังไม่สวยเท่าไหร่ ยังไงก็ติชมกันได้เลยนะคะเราพร้อมรับฟังและนำมาปรับปรุงเต็มที่เลยค่ะ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ  

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in