เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 17 หลุดปากทำร้ายตนเอง
  • เล่ม 1 ตอนที่ 17 หลุดปากทำร้ายตนเอง

     

    เยี่ยเหลียงเซวียนยิ่งตะลึงงัน “เจ้าว่าอย่างไรนะ”

    หนิงเจิงกล่าวอย่างน่าสงสาร “กระหม่อมไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้พระองค์ไม่พอใจแต่กระหม่อมไม่มีเจตนาอย่างแน่นอน ขอเพียงพระองค์เมตตากรุณา อย่าตีกระหม่อมเลยพ่ะย่ะค่ะ!”

    “ข้า…”

    เห็นได้ชัดว่าเยี่ยเหลียงเซวียนก็หมดแรงจะระเบิดต่อไปแล้วจึงได้ก้าวเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว ยกเท้าขึ้นคิดจะเตะลงไปอย่างรุนแรง!

    แต่ในขณะนั้นเองก็มีเสียงทุ้มต่ำดังแว่วออกมา…

    “เหลียงเซวียน”

    เยี่ยเหลียงเซวียนสีหน้าผันเปลี่ยน หยุดการกระทำโดยสัญชาตญาณ

    เมื่อหันศีรษะกลับไปมองก็พบว่าเซียวหนานสวินกำลังเดินเข้ามาจากด้านนอกพร้อมกับจ้าวซู่เงาสีดำถูกปกคลุมด้วยลำแสงสีทอง ใบหน้าอันหล่อเหลามีความเย็นชาบางๆ ซ่อนอยู่

    นางตกใจ “ไท่จื่อ…พระองค์เสด็จมาได้อย่างไร”

    “เจ้าเรียกหนิงเจิงมาทำไม”

    ทำไมอย่างนั้นหรือ

    แน่นอนว่าต้องวางยาข่มขู่เป็นธรรมดา!

    แต่ทว่าเยี่ยเหลียงเซวียนไม่กล้าพูดออกไปโดยตรงแน่นอน นางเม้มริมฝีปากยิ้มเจื่อนๆ“หม่อมฉันเพียงแค่เรียกเขามาเพื่อพูดคุยด้วยเล็กน้อยอยากจะให้เขาปกป้องพระองค์ดีๆ เพคะ”

    “อย่างนั้นหรือ”

    เซียวหนานสวินหรี่ตาลง กล่าวด้วยความสงสัย “เช่นนั้น…เหตุใดเขาถึงอยู่บนพื้นได้”

    เยี่ยเหลียงเซวียนสีหน้าแปรเปลี่ยนอีกครั้ง

    แต่ทว่านางยังไม่ทันได้ปริปากพูด ก็ได้ยินเสียงร้องอวดครวญของหนิงเจิง“ไท่จื่อ…กระหม่อมไม่เป็นอะไรพ่ะย่ะค่ะ!”

    เยี่ยเหลียงเซวียน “…”

    นางจ้องมองคนบนพื้นอย่างโหดเหี้ยม กัดฟันพูด “หนิงเจิง…เจ้าแสร้งทำท่าทำทางเช่นนี้ทำไม!”

    หากว่าเมื่อครู่นางไม่รู้ว่าบ่าวคนนี้ต้องการสื่ออะไรเช่นนั้นตอนนี้นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร

    ให้ตายเถอะ เพราะเห็นไท่จื่อก่อนนาง ถึงได้จงใจใส่ร้ายนางชัดๆ!

    “กระหม่อมไม่ได้แสร้ง” หนิงเจิงกล่าวน่าสงสาร“หากกระหม่อมทำอะไรผิดไป พระองค์บอกกระหม่อมได้เลย กระหม่อมจะปรับปรุงตัวอย่างแน่นอน!”

    “หุบปาก!”

    เยี่ยเหลียงเซวียนเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ “ไท่จื่อ แม้หม่อมฉันคิดจะตีเขาจริงแต่ยังไม่ทันได้ลงมือพระองค์ก็เข้ามาแล้วบ่าวชั้นต่ำนี่ต้องการใส่ร้ายหม่อมฉันชัดๆ ไม่เชื่อพระองค์ลองถามมู่เอ๋อร์ดู!”

    ทว่าเซียวหนานสวินไม่แม้แต่จะมองนางและมู่เอ๋อร์เลยสายตาสาดส่องไปที่เศษถ้วยชาที่แตกสลายบนพื้น ดวงตาหรี่ลงมีความหมายลึกซึ้งแวบผ่านดวงตาของเขา สุดท้ายก็มองไปทางหนิงเจิงอย่างไม่เข้าใจ

    หนิงเจิงรู้สึกผิดโดยไม่มีเหตุผล “ไท่จื่อ…”

    “ที่เซวียนเช่อเฟยพูดนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่”

    “เรื่องจริงเจ้าค่ะ” นางพยักหน้ากล่าวอย่างเป็นผู้บริสุทธิ์ “กระหม่อมเองก็ไม่ได้พูดว่าเซวียนเช่อเฟยตีกระหม่อมเสียหน่อยเพียงแค่เมื่อครู่นี้นางดูเหมือนโกรธมาก ทั้งยังง้างมือคล้ายจะตบคนด้วย กระหม่อมตกใจกลัวจนทรงตัวไม่อยู่จึงล้มลงไปเท่านั้น…”

    ยิ่งพูดเสียงของนางก็ยิ่งเบาลงแต่ทุกคำพูดคำจากลับดังเข้าหูของผู้คนรอบๆ อย่างชัดเจน!

    สีหน้าของผู้คนต่างแปรเปลี่ยน

    เยี่ยเหลียงเซวียนอึ้ง เบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อคาดไม่ถึงเลยว่าหนิงเจิงจะทำเช่นนี้

    ดังนั้น…ที่นางกล่าวว่าตนคิดจะลงมือตีคนจริงๆนั้นก็เป็นการหลุดปากทำร้ายตนเองน่ะสิ!

    นางกัดริมฝีปากทันที “ไท่จื่อหม่อมฉัน…”

    “หนิงเจิง” เซียวหนานสวินขัดนางอย่างเย็นชา“แม้นเซวียนเช่อเฟยจะตีเจ้าจริง แล้วจะเป็นอะไรไป”

    ทันทีที่สิ้นเสียง สีหน้าก็แปรเปลี่ยนอีกครั้ง

    เยี่ยเหลียงเซวียนมึนงง แววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

    หนิงเจิงมองเขาด้วยความตกใจ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อไป

    จริงๆ แล้วนางเองก็ไม่ได้คิดอะไร เซวียนเช่อเฟยเป็นเจ้านายหากเพียงแค่สั่งสอนเล็กน้อยนางย่อมเชื่อฟังแต่โดยดีแน่ แต่นี่จะตบนางเช่นนี้…นางมาปกป้องไท่จื่อนะ ไม่ใช่มาให้ตีเหตุใดนางจึงต้องรับการกระทำที่ไม่ยุติธรรมเช่นนี้ด้วย

    ดังนั้นที่นางเห็นไท่จื่อแล้วแสร้งทำเป็นล้มลงไปคล้ายว่าโดนตีนั้น…นางไม่ได้คิดจะแสร้งทำตัวน่าสงสารแต่อย่างใดเพียงแค่จงใจให้เซวียนเช่อเฟยพูดคำนั้นออกมาด้วยตัวเองเท่านั้นเพื่อหาโอกาสแก้ตัวให้กับตนเอง

    นางเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าไท่จื่อจะเข้าข้างนางเพียงแค่รู้สึกว่าเขาจะยุติธรรมและเป็นกลาง…เพราะเขาเป็นคนพูดเองว่าจะไม่ถือสาเอาเรื่องเมื่อวานอีก

    แต่คาดไม่ถึง…

    หนิงเจิงแสบจมูก พร้อมกับก้มหน้าหลุบตากะทันหัน “กระหม่อมสมควรตาย!”

    “รู้ว่าสมควรตายยังไม่ไปอีก”

    หนิงเจิงแข็งทื่อไปทั้งตัว

    “…พ่ะย่ะค่ะ!”

    นางวิ่งออกไปโดยไม่หันกลับไปมอง

    เยี่ยเหลียงเซวียนมองดูแผ่นหลังของนาง มุมปากยกขึ้นเบาๆรอยยิ้มในตาก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น

    ดูเหมือนว่านางจะเข้าใจผิดไป…หนิงเจิงอยู่ต่อที่ห้องตำราของไท่จื่อเมื่อคืนน่าจะไม่ได้เกิดเรื่องที่ไม่สามารถเจอหน้าคนได้บ่าวชั้นต่ำคนนี้เองก็ไม่กล้าลงมือตีไท่จื่อเช่นกัน

    เดิมทีนางยังคิดที่จะวางยาบ่าวชั้นต่ำคนนี้ เพื่อข่มขู่นางในวันหลังแต่ดูจากตอนนี้แล้วคงไม่จำเป็นแล้ว…เป็นแค่องครักษ์คนหนึ่งนางเป็นถึงเช่อเฟยของไท่จื่อแท้ๆ จะไปทำสงครามกับคนพรรค์นี้ทำไมกัน

    “ไท่จื่อ” สายตาของนางเบนเบี่ยงยิ้มอย่างเขินอาย พร้อมกล่าวว่า “ขอบพระทัยที่พระองค์ตัดสินอย่างยุติธรรมให้กับหม่อมฉัน”

    เซียวหนานสวินมองนางแวบหนึ่ง ตอบอืมเบาๆ

    จ้าวซู่มองดูใบหน้าข้างๆ อันเย็นชาของชายหนุ่มด้วยแววตาซับซ้อน

    เมื่อครู่เขาเห็นว่าหนิงเจิงถูกมู่เอ๋อร์พาไปกลัวว่าเด็กนั่นจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ จึงได้รีบมารายงานไท่จื่อ

    จำได้ว่าตอนนั้นไท่จื่อไม่ได้พูดอะไร นำกระบี่มั่วเหยียให้กับจี้หลิวเฟิงแล้วรีบตามมาทันที…เขาสัมผัสได้ด้วยว่าฝีเท้าของไท่จื่อดูรวดเร็วกว่าปกติ

    หากไม่สนใจจริงๆ จะมาที่นี่ทำไมกันให้หนิงเจิงเอาตัวรอดเองก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ

    ดังนั้นที่ไท่จื่อสั่งสอนหนิงเจิงนั้นคงจะทำเพื่อเขาสินะ

    ในทางกลับกัน หากวันนี้ไท่จื่อตัดสินเขาอย่างยุติธรรม เกรงว่าวันหลังเซวียนเช่อเฟยคงจะคอยตามจองล้างจองผลานเขาแน่!

    จ้าวซู่คิด องครักษ์น้อยนั่นโกรธมากเพียงนั้นคงจะดูไม่ออกถึงเจตนาดีของไท่จื่อสินะ

    เฮ้อ…

    เขาทอดถอนหายใจ รู้สึกว่ารอบๆ มีความรู้สึกเย็นวูบเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าได้สบตาเข้ากับดวงตาอันเย็นเฉียบของชายหนุ่มเข้าอย่างจัง

    จ้าวซู่ตกใจ รีบละสายตาไปทันที

    ความคิดความอ่านของเจ้านาย เป็นเรื่องที่เขาสามารถคาดเดาไปมั่วหรือ!

    …

     

    หนิงเจิงกลับถึงห้องเดินวนไปมาหลายรอบหลายหนก็ยังไม่สามารถบรรเทาอาการโกรธนั้นไปได้

    โกรธ…มาก…จริงๆ!

    สุดท้ายนางมองบนแล้วเดินไปที่เสาไม้ตรงสวนด้านหลังโดยสัญชาตญาณจากนั้นก็กระโดดขึ้นไป

    ฝึกฝนวรยุทธ์ จิตใจสงบ…

    เสาไม้เป็นทางเลือกที่ไม่เลว!

    เซียวหนานสวินถึงแม้จะไม่ชอบแต่การที่สร้างเสาไม้ไว้ในจวนนั้นใช่ว่าจะไร้เหตุผลไปเสียหมด

    หนิงเจิงยืนมองแสงตะวันอยู่บนเสาไม้ คิดในใจ…หากว่าตอนที่นางยังเด็กก็เชื่อฟังคำพูดของพ่อบุญธรรมฝึกฝนขั้นพื้นฐานให้มั่นคงล่ะก็ ฝีมือของนางต้องแข็งแกร่งกว่าตอนนี้เป็นแน่

    เมื่อนึกถึงพ่อบุญธรรม หนิงเจิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

    เซียวหนานสวินคนชั่วนั่น หากไม่ใช่ว่าเห็นแก่พ่อบุญธรรมล่ะก็นางลาออกตั้งนานแล้ว!

    ถึงแม้คนเขาก็ไม่อ้อนวอนขอให้นางอยู่ต่อก็ตามแต่

    แต่ทว่าองครักษ์ที่จิตใจงาม น่ารักน่าชังและซื่อสัตย์เช่นนางนี้เขายังทำกับนางแบบนี้ได้…รังแกนางทุกวันไม่ว่าตอนนี้ยังเห็นด้วยกับการที่ถูกคนอื่นรังแกอีก!

    ไม่รู้จักใช้ประโยชน์จากคนจริงๆ!

    ไม่รู้จักปฏิบัติดีต่อบ่าวเลย!

    หึ!

    หนิงเจิงยิ่งคิดยิ่งโกรธ กระทืบเท้าลงพื้นอย่างแรง

    แควกเสาไม้นี้สั่นไม่แรงและไม่เบาไปหนหนึ่ง ราวกับว่าไม่มั่นคงอย่างไรอย่างนั้น

    …

     

    เซียวหนานสวินให้จ้าวซู่ไปตามหาหนิงเจิงแต่ไม่พบสุดท้ายกลับพบนางบนเสาไม้ เขาจึงได้ยิ้มออกมา

    “หนิงเจิง”

    มีเสียงชายหนุ่มดังมาจากด้านหลัง ปฏิกิริยาแรกของหนิงเจิงคือ…คิดว่าตนหูฝาดไป

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in