เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 18 สิ่งที่นางใส่ใจคือการตอบสนองของไท่จื่อ
  • เล่ม 1 ตอนที่ 18 สิ่งที่นางใส่ใจคือการตอบสนองของไท่จื่อ

     

    เมื่อนางได้สติรู้ว่าไม่ได้หูฝาดไปนั้นชายหนุ่มก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังของนางแล้ว

    ร่างกายของหนิงเจิงแข็งทื่อ แต่เพราะยังโกรธเคืองอยู่เล็กน้อยนางจึงไม่หันกลับไป

    เซียวหนานสวินเห็นเช่นนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนทันที ยกเท้าขึ้นเตะไปที่เสาไม้ใต้ฝ่าเท้านาง!

    ไม่ไปขยับมันยังพอว่าได้ แต่เมื่อขยับมันแล้วก็ทำให้เสาไม้ที่ถูกนางกระทืบจนเหวี่ยงไปมาล้มลงทันที!

    “อ๊ากกก…”

    หนิงเจิงคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะโจมตีกะทันหันเช่นนี้จึงได้ตกลงมาจากเสาไม้โดยไม่ทันตั้งตัว!

    เซียวหนานสวินสีหน้าแปรเปลี่ยนอยากจะหลบออกโดยไม่ต้องคิด

    ทว่ายังไม่ทันที่เขาได้ขยับตัวคนบนเสาไม้ก็ตกลงมาในอ้อมกอดเขาเสียแล้ว และยังทับเขาไว้ทั้งตัวอีก กอดจนทำให้เขาเซไปชนเเปิ่นกงกับเสาไม้อีกต้นหนึ่ง!

    “อ๊ากกก…”

    นางยังคงส่งเสียงร้อง

    สีหน้าของเซียวหนานสวินยิ่งขรึมลง

    คนที่ชนเสาไม้คือเขาบ่าวคนนี้จะร้องไปทำไมกัน!

    “หนิงเจิง!”

    “พ่ะย่ะค่ะ!” ศีรษะของนางติดอยู่ในอ้อมกอดของเขา ไม่สนใจเรื่องที่โกรธอยู่เมื่อครู่แล้วพร้อมกับขานรับอย่างเร่งรีบ พยายามคิดหาวิธีหลุดพ้น

    “ยังไม่ไสหัวไปอีก!”

    หนิงเจิงอยากจะร้องไห้ “กระหม่อมเองก็อยากไสหัวไปพ่ะย่ะค่ะ!”

    แต่นางยิ่งพยายามเท่าใดเสื้อผ้าและเส้นผมก็ยิ่งเกี่ยวแน่นอยู่บนตัวเขามากขึ้น ราวกับว่าถูกของบางอย่างเกี่ยวไว้อย่างไรอย่างนั้นไม่สามารถแกะออกได้เลย!

    นางออกแรงไปสองสามครั้ง แต่เจ็บจนต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ“ผมของกระหม่อมแล้วก็เสื้อด้วย…ไท่จื่อ รีบดูเสื้อของพระองค์เสียก่อนเถิด!”

    เซียวหนานสวินคิ้วกระตุก สีหน้าหวาดกลัว “ถอดเสื้อของเจ้าแล้วก็ดึงผมของเจ้าออกซะ!”

    “ไม่ได้!”

    สีหน้าของเซียวหนานสวินเขียวช้ำไปหมด

    บ่าวคนนี้กล้าพูดคำว่าไม่ได้กับเขาอย่างนั้นหรือ

    เขาระงับความอยากฆ่าใครสักคนเอาไว้กล่าวเสียงขรึม “ไม่ดึงผมทิ้งไม่เป็นไร ถอดเสื้อออกเดี๋ยวนี้!”

    หนิงเจิง “…”

    ดึงผมออกมากสุดก็แค่เจ็บเล็กน้อยแต่หากถอดเสื้อ…แล้วถูกจับได้ขึ้นมาจะทำอย่างไร

    นางกัดฟัน ทันใดนั้นเอง “อ๊ากกก…!”

    เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูไปหมด!

    คิ้วของเซียวหนานสวินกระตุกขึ้นอีกครั้งแล้วกล่าวด้วยความกริ้วปนตกใจ “เจ้ากรีดร้องทำไมกัน หุบปากเดี๋ยวนี้!”

    “อ๊ากๆๆ…”

    หนิงเจิงไม่สนใจเขาด้วยซ้ำทั้งยังลองส่งเสียงกรีดร้องเพื่อเบนเบี่ยงความสนใจของเขาต่อไป

    เซียวหนานสวิน “…”

    คนคนนี้เป็นบ้าไปแล้วหรือ!

    สีหน้าของเซียวหนานสวินบึ้งแล้วบึ้งอีกจนท้ายที่สุดก็ถูกเสียงกรีดร้องนี้รังควานจนหมดอารมณ์

    “หนิงเจิง”

    จู่ๆฝ่ามือขนาดใหญ่ที่ดูสวยงามก็จับที่ท้ายทอยของนาง หนิงเจิงคิดว่าเขาจะบีบคอนางตาย!

    แต่ทว่าวินาทีต่อมา ฝ่ามือนั่นกลับตบเบาๆที่หลังคอของนาง ดูเหมือนถูกควบคุม แต่ก็ดูเหมือนปลอบโยน “ตอนนี้เจ้ากำลังทำให้เปิ่นกงขุ่นเคืองหากเจ้ากรีดร้องต่อไปแล้วเปิ่นกงหูหนวกขึ้นมา เจ้าคงจะรู้สินะว่าต้องได้รับโทษอะไร”

    ดวงตาหนิงเจิงเป็นประกาย ปากขยับเล็กน้อยจู่ๆ เสียงในลำคอก็ติดขัดขึ้นมา

    นางปิดปาก มองดูแผ่นอกของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้กันมากตรงหน้านี้แล้วกะพริบตา จากนั้นก็ถอนสายตากลับมา พยายามดึงผมของตนเองออกไปข้างนอก

    ซี้ดดด…

    เซียวหนานสวินคิ้วขมวดครู่หนึ่ง

    กำลังจะปริปากก็ได้ยินเสียงนางพูดขึ้นแล้ว “กระหม่อมสมควรตาย ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจขอไท่จื่อโปรดลงโทษด้วย!”

    ชายหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วแน่น

    ชะงักไปครู่หนึ่งเห็นได้ชัดว่าเขากล่าวอย่างมีความหมายซ่อนอยู่ “เซวียนเช่อเฟยไม่ลงโทษเจ้าเจ้าเสียดายมากใช่หรือไม่”

    คำพูดนี้ของเขา ทำให้หนิงเจิงที่แทบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้วรู้สึกเศร้าขึ้นมาอีกครั้ง

    “กระหม่อมมิบังอาจ!”

    ระหว่างพูด นางยิ่งดึงผมอย่างรวดเร็ว

    เซียวหนานสวินเห็นท่าทางโกรธกระฟัดกระเฟียดของนางก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ “หยุดดึงได้แล้ว!” เขาจับมือของนางไว้ย่นคิ้วกล่าว “ดึงอีกก็ศีรษะโล้นแล้ว!”

    หนิงเจิงถูกบังคับให้หยุดลงแต่กลับกัดฟันแน่น

    เซียวหนานสวินมองดูถุงบริเวณหน้าอก…เส้นผมของนางติดอยู่บนที่คาดเอวสีทองของเขาและเป็นเพราะมีอัญมณีประดับอยู่บนที่คาดเอวมากเกินไปทำให้เส้นผมของนางพันกันเป็นปม ทั้งยังมีบางส่วนพันอยู่บนตราหยกประจำพระองค์ของเขา

    ยุ่งเหยิงไปหมด มิน่านางถึงดึงไม่ออกเสียที

    หว่างคิ้วของเขาขมวดเป็นปม จากนั้นถอดตราหยกประจำพระองค์บนเอวออกกล่าวขึ้นอย่างเย็นชา “เรื่องเมื่อครู่นี้ เจ้าไม่พอใจอย่างนั้นหรือ”

    นางควรพอใจอย่างนั้นหรือ!

    “กระหม่อมมิบังอาจ พระองค์พูดถูกเจ้านายอยากจะทำอะไรจำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยหรือ”

    ทั้งๆ ที่นางก้มหน้าอยู่แต่เซียวหนานสวินก็สามารถมองเห็นความไม่พอใจบนใบหน้าของนางได้

    แววตาของเขาเฉียบคม “หนิงเจิง เจ้ารู้หรือไม่ว่า…หากเปิ่นกงจะหักคอเจ้าเสียก็ไม่มีใครว่าอะไรได้”

    หนิงเจิงโกรธกระฟัดกระเฟียด กล่าวว่า “กระหม่อมรู้ดีว่ามีความผิดอย่างมหันต์แม้นว่าไท่จื่อจะหักคอกระหม่อมเสีย กระหม่อมก็ไม่อาจว่าอะไรได้พ่ะย่ะค่ะ!”

    นางจงใจเน้นเสียงคำว่ามีความผิดอย่างมหันต์

    เพียะ…

    นางโดนตบกะโหลกไปหนึ่งที

    หนิงเจิงทั้งมึนงงและตกใจ “กระหม่อมสารภาพผิดโดยรู้สึกผิดไปแล้วเหตุใดพระองค์ยังต้องลงมือด้วยตนเองอีก”

    เขาน่ะหรือจะสารภาพผิดโดยรู้สึกผิด

    เพียงแค่ตบเบาๆเท่านี้ก็เรียกว่าลงมือได้ด้วยหรือ

    หากลงมือจริงๆเขาต้องนอนพักฟื้นอยู่บนเตียงเหมือนกับหลิวอี้แล้วจะกล้าต่อล้อต่อเถียงอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

    เซียวหนานสวินมองนางด้วยสายตาเย็นชาน้ำเสียงไม่เป็นมิตร “เจ้าอยากรู้สึกสะใจเพียงชั่วครู่ แล้วถูกคนอื่นตามรังควานในภายหลังหรือหากเป็นเช่นนั้นเปิ่นกงไม่ถือที่จะพาเจ้ากลับไปยังตำหนักชิงเฟิงแล้วถามว่าถ้วยชาบนพื้นแตกได้อย่างไร”

    หนิงเจิงได้ยินดังนั้น ดวงตาก็หรี่ลงทันที

    ชา…

    เขามองออก?

    ดังนั้นความหมายของเขาคือ…ใช่ว่าไม่ยุติธรรมแต่เพื่อไม่ให้เซวียนเช่อเฟยมาหาเรื่องนางได้อีกอย่างนั้นหรือ

    หนิงเจิงอยากจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้งโดยสัญชาตญาณแต่เพิ่งจะขยับได้เล็กน้อย ศีรษะของนางก็ถูกชายหนุ่มกดไว้แล้ว

    “อย่าขยับ จะให้เปิ่นกงพูดอีกกี่หนกัน”

    ยังไม่ทันกล่าวจบเขาก็เริ่มแกะปมเส้นผมที่พันรอบของนางออกในท่านี้โดยตรง

    หนิงเจิงเงยหน้าขึ้นเห็นสีหน้าของเขาเพียงแต่ว่าน้ำเสียงเย็นชาไร้อารมณ์และท่าทางกิริยาอันอบอุ่นบนมือของเขาเกิดข้อเปรียบเทียบขึ้นมาอย่างชัดเจนทำให้นางเกิดความสงสัยแปลกๆ ขึ้นในใจ

    “ไท่จื่อ…”

    “หืม?”

    หนิงเจิงได้ยินเสียงของเขาความโกรธและความเศร้าโศกเสียใจที่ซ่อนอยู่ในใจก็หายไปในพริบตา

    ที่แท้แล้ว นางไม่ได้สนใจว่าเซวียนเช่อเฟยจะทำอะไรเลยนางเพียงแค่ใส่ใจในการตอบสนองของไท่จื่อเท่านั้น…

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in