เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 19 ราวกับจะกลืนกินนางอย่างไรอย่างนั้น!
  • เล่ม 1 ตอนที่ 19 ราวกับจะกลืนกินนางอย่างไรอย่างนั้น!

     

    จู่ๆ นางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

    เซียวหนานสวินเกือบจะดึงเส้นผมเสร็จแล้วแต่เมื่อเห็นไหล่ที่เกร็งแน่นของนางผ่อนลง ลำคอที่อยู่ท่าเดียวเป็นเวลานานนี้ก็หมุนตามไปด้วย

    เขาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งสายตาเบนไปยังหลังคอที่เผยออกมาให้เห็นของนาง…ผิวขาวนวลดุจกระเบื้องเคลือบ เนียนนุ่มละเอียดอ่อนและชัดเจน

    เซียวหนานสวินตาค้าง

    สายลมแห่งสารทฤดูพัดผ่านแก้มของเขามันไร้ความหนาวเย็น ทั้งยังมีความร้อนระอุชวนหงุดหงิด

    ดวงตาของเซียวหนานสวินขรึมลง

    หนิงเจิงสัมผัสได้ว่าเขาหยุดลงคิดว่าเขาทำเสร็จแล้ว “ไท่จื่อ…ท่าน…”

    “ไม่ใช่!”

    เซียวหนานสวินตอบเสียงขรึม ขัดคำพูดของนาง

    หนิงเจิง “…”

    ไม่ใช่อะไร

    นางกล่าวอย่างงุนงง “เช่นนั้นกระหม่อม…”

    เซียวหนานสวินขัดขึ้นอีกครั้ง “กลับไปคิดพิจารณาตนเองดีๆ!”

    กล่าวจบยังดึงเส้นผมที่เหลือขาดจากตรงกลางอย่างรุนแรงพร้อมกับเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา

    หนิงเจิง “…?”

    หนิงเจิงมึนงงเงยหน้าขึ้นมองเงาแผ่นหลังที่เดินจากไปไกลด้วยความตกใจและงุนงง

    เหตุใดนางจึงต้องคิดพิจารณาตนเองด้วย

    นางพูดไม่จบประโยคเลยด้วยซ้ำก็ทำเขาอารมณ์เสียแล้วหรือ

    อีกอย่างเขาไม่ได้บอกด้วยว่าเขามาหานางเพราะอะไรหรือมาหาเพราะจะให้นางตกลงมาจากเสาไม้อย่างเดียว!

    บ้า…ไป…แล้ว!

    …

     

    หนิงเจิงมีความคิดร้อยแปดที่ไม่เข้าใจ เซียวหนานสวินกลับถึงตำหนักใหญ่ก็สีหน้าไม่สบอารมณ์เช่นกัน

    จ้าวซู่เห็นเขาเดินเข้าเดินออกดูไม่เหมือนเพิ่งเสร็จธุระกลับมาด้วย จึงไปทักทายด้วยความประหลาดใจ “ไท่จื่อลืมสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

    เซียวหนานสวินไม่แม้แต่จะมองเขาเลยสักนิดแล้วเดินก้าวเท้ายาวไปในห้องด้วยสีหน้าเงียบขรึมรีบดึงที่คาดเอวสีทองออกอย่างรวดเร็ว “จ้าวซู่ ทิ้งที่คาดเอวนี้ซะ!”

    จ้าวซู่นึกว่าตนเองหูฝาดไป “อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ”

    “ทิ้งมันซะ!”

    ชายหนุ่มพูดซ้ำเสียงแข็ง

    จ้าวซู่อ้าปากค้าง กล่าวด้วยความตะลึงใจ “ไท่จื่อ…นี่เป็นที่คาดเอวทองคำที่ฝ่าบาททรงพระราชทานเมื่อปีที่แล้วนะพ่ะย่ะค่ะเกรงว่าทิ้งไปจะไม่เหมาะสมเท่าไรนัก”

    อีกอย่าง ไท่จื่อออกไปพบหนิงเจิงไม่ใช่หรือเหตุใดจึงกลับมาเพียงลำพังเล่า

    ที่สำคัญคือกลับมาแล้วยังจะทิ้งที่คาดเอวพระราชทานอีก!

    เซียวหนานสวินมองเขาด้วยสีหน้าเย็นชา “เช่นนั้นก็เก็บไว้แล้วอย่าให้เปิ่นกงเห็นอีก!”

    ยังไม่ทันกล่าวจบก็ส่งมอบสิ่งของไว้ในมือเขาแล้ว!

    จ้าวซู่รีบก้าวไปรับของมาระงับความตกใจเอาไว้ แล้วพยักหน้ารับ “พ่ะย่ะค่ะ”

    แต่ทว่า…นี่มันแปลกจริงๆ นะ!

    หนิงเจิง เจ้าเด็กนั่นไปไหนเสียแล้วล่ะ

    เหตุใดทุกเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับเขาต้องเกิดเรื่องแปลกๆเช่นนี้ขึ้นด้วย!

    …

     

    หลังจากที่หนิงเจิงกลับจากบริเวณเสาไม้จิตใจก็สงบลงแล้ว เพียงแต่นางคิดถึงพ่อบุญธรรม จึงได้เดินไปยังประตูเฮ่อฝู่

    ทว่านางรู้ดีว่าตนไม่สามารถกลับไปได้มิเช่นนั้น…เรื่องตัวตนของนางนั้นเรื่องเล็กหากนำพ่อบุญธรรมเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะก็ต้องตายสถานเดียวแน่ๆ!

    ดังนั้นนางจึงมองจากที่ไกลแล้วหันตัวเดินกลับไปทางเดิมที่เดินจากมา

    หลังจากนั้น…

    ขณะที่ใกล้ถึงหน้าประตูจวนไท่จื่อนั่นก็มีบุคคลหนึ่งมาขวางทางเอาไว้!

    หนิงเจิงเงยหน้า สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเลยทันที

    คนที่ขวางทางนางก็คือ…

    เซียวเฉิงอิ่ง!

    ใช่แล้ว ไท่จื่อบอกแล้วว่าคนคนนี้ก็คือน้องสามของเขา…เซียวเฉิงอิ่ง!

    “ดูจากสีหน้าของเจ้าแล้วพี่รองคงบอกเจ้าว่าข้าเป็นใครแล้วสินะ” เซียวเฉิงอิ่งเห็นสีหน้าที่ผันเปลี่ยนของนางความโกรธในใจก็คลายลง

    หลังจากที่ออกจากบ่อนพนันแล้ว เขาก็มาขอตัวหนิงเจิงที่จวนไท่จื่อเลยแต่ทว่าพี่รองของเขาปกป้ององครักษ์คนนี้เหลือเกิน ไม่บอกอะไรกันเลย

    เขาจึงสั่งให้คนเฝ้าอยู่นอกประตูจวนไท่จื่อ…เขาไม่เชื่อหรอกว่าบ่าวคนนี้จะไม่ออกจากจวนเลย!

    คาดไม่ถึงว่าจะรวดเร็วเช่นนี้เขาก็ดักคนไว้ได้แล้ว!

    หนิงเจิงกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่ง กล่าวขันแข็ง “องค์ชายสามมาที่จวนไท่จื่อมีธุระอะไรกับไท่จื่อหรือพ่ะย่ะค่ะ”

    “ไม่…ข้ามาหาเจ้าต่างหาก”

    เซียวเฉิงอิ่งหรี่ตา มุมปากยกขึ้นดูน่ากลัว “หนิงเจิงสินะ ที่บ่อนพนันเมื่อครู่นี้เจ้าช่างเก่งจริงๆปีกกล้าขาแข็งเชียวนะ หืม”

    “องค์ชายสามโปรดอภัย!”

    หนิงเจิงอ้อนวอนอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมเป็นคนของจวนไท่จื่อแน่นอนว่าต้องช่วยไท่จื่อทำงานอย่างสุดความสามารถ องค์ชายเป็นคนใหญ่คนโตใจกว้างมีเมตตาอย่าได้ถือสากระหม่อมผู้ต่ำต้อยคนนี้เลย!”

    หึ

    เซียวเฉิงอิ่งหัวเราะเจื่อนๆ “คำพูดชมเชยเช่นนี้พูดเก่งเชียวนะแต่ทว่า…ในเมื่อเจ้าบอกเองว่าเป็นคนของจวนไท่จื่อดังนั้นจึงได้ทำงานอย่างสุดความสามารถเช่นนั้นแสดงว่าหากตั้งแต่บัดนี้ไปเจ้ามาอยู่กับข้าเจ้าก็น่าจะเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่”

    หนิงเจิงตะลึง

    อยู่กับเขา?

    เขาคงไม่ได้คิดจะ…ให้นางไปอยู่จวนองค์ชายสามหรอกนะ!

    “ว่าอย่างไร”

    เซียวเฉิงอิ่งหรี่ตา “ไม่ว่าเจ้าจะได้รับอภิสิทธิ์อะไรในจวนไท่จื่อก็ตามข้าก็จะให้สิ่งที่ดีกว่ากับเจ้า นอกจากเรื่องเมื่อวานแล้วเจ้าสามารถขอมาได้ทุกเรื่อง ข้อเสนอนี้คงมากพอแล้วนะ”

    หนิงเจิง “…”

    ว่าอย่างไร

    แน่นอนว่าต้องไม่อย่างไรอยู่แล้ว!

    ใช่ว่านางมาที่จวนไท่จื่อเพื่อข้อเสนอที่ดีเสียหน่อยจะหักหลังไท่จื่อเพียงเพื่อเงินทองได้อย่างไร!

    แต่ทว่า…

    หนิงเจิงขมวดคิ้ว หากปฏิเสธไปโดยตรงนางคงจะหนีไม่พ้นจากองค์ชายสามแล้ว

    อีกอย่างไท่จื่อเคยบอกว่าจะไม่ช่วยนางอีก…

    หนิงเจิงกัดฟัน “พ่ะย่ะค่ะ…กระหม่อมตกลง!”

    เซียวเฉิงอิ่งดวงตามีความสุข ขอแค่บ่าวคนนี้กลับไปกับเขาเช่นนั้นจะรังแกอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วน่ะสิ

    เศษสวะที่ทำเขาขายหน้าต่อหน้าผู้คนนี้เขาไม่มีทางปล่อยไว้แน่!

    กำลังจะปริปากพูดก็ได้ยินนางพูดเสริมขึ้นว่า “แต่ทว่าพระองค์ต้องให้เวลากระหม่อมเสียหน่อยอย่างน้อยก็ขอให้กระหม่อมกลับไปทูลลาไท่จื่อเสียก่อน หลังจากนั้นเก็บข้าวของค่อย…”

    “อย่างไรกัน…น้องสามตอนนี้ว่างเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้อุตส่าห์มาขอตัวองครักษ์เปิ่นกงถึงที่เช่นนี้”

    น้ำเสียงเงียบขรึมดังแว่วมาจากทางด้านหลังขัดคำพูดของนาง

    หนิงเจิงดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันตาโล่งใจอย่างหาที่สุดไม่ได้

    แต่ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นกลับพบสายตาที่น่าสะพรึงกลัวราวกับจะกลืนกินนางอย่างไรอย่างนั้น!

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in