เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Way back home – thekpb_
Gift



  • ‘นี่’

    ‘....’

    ‘อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดหรอ’

     

    อยู่ดีๆ คนตัวเล็กที่เพิ่งเดินมาทิ้งตัวลงที่ที่ว่างข้างๆก็ถามออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

     

    ‘อะไรก็ได้มั้ง’

     

    ผมตอบออกไปอย่างไม่ได้สนใจอะไรนัก

     

    ‘ไม่ได้ดิ มันต้องคิดนิดนึงนะ!!!’

     

    เธอตอบผมกลับพร้อมรอยยิ้มกลั้วหัวเราะ

     

    ‘แค่มีคนจำวันเกิดได้ก็ดีใจแล้ว ของมันไม่สำคัญหรอก’

     

    ผมตอบอย่างที่ใจคิดแต่เมื่อหันไปมองคนข้างๆ กลับพบใบหน้ามุ่ยที่ยื่นเข้ามาใกล้อย่างใช้ความคิดหนัก

     

    ‘คนแบบเธอ จะชอบอะไรนะ บอกเราหน่อยเถอะ เราอยากจะให้จริง ๆ ไง เคยสัญญากันไว้แล้วจำได้มั้ยยยย’

    ‘แน่ใจรึไงว่าถ้าเราบอก เธอจะให้เราได้’

    ‘ก็บอกมาก่อนดิ เราก็มีทางของเรา ถ้าเธอบอกว่าชอบดวงจันทร์ เราก็จะวาดรูปพระจันทร์ให้แบบนี้ดีมั้ย’

     

    เธอตอบพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าและเสียงหัวเราะที่ดูจะพอใจกับวิธีการแก้ปัญหาของเธอ

     

    ‘ว่าไง สรุปว่าชอบอะไร เราหามาให้ได้ทุกอย่างแหละ’

     

    เธอ....

     

    คำตอบที่ไม่ได้ตอบออกไปเพราะประโยคที่เธอกล่าวมาตามหลัง มันทำให้ผมเข้าใจสถานะทุกอย่าง

    ‘สำหรับเพื่อนดีๆแบบเธอ เราทุ่มสุดตัวอยู่แล้ว!’

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    ในวันเกิดของเธอปีที่แล้วเราเจอกันครั้งแรก

    ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าพรหมลิขิต แต่เราก็ดันโคจรมาพบกัน ในวันที่เธอโดดเด่นที่สุดและมันก็ทำให้ผมรู้สึกใจเต้นผิดปกติ

    เราคุยกันถูกคอเหมือนกับรู้จักกันมาแรมปีและก่อนคืนนั้นจะจบลง มิตรภาพของเรามันก็งอกงามพร้อมที่จะเบ่งบานในรุ่งอรุณถัดไป

     

    ‘งั้นปีนี้เราก็อดให้ของขวัญเธออ่ะดิ’

     

    เธอพูดไปหน้ามุ่ยไปเพราะเราเจอกันในตอนที่วันเกิดผมมันเลยผ่านไปแล้ว

     

    ‘เราก็ไม่ได้เตรียมของขวัญมาให้เธอเหมือนกัน ขอโทษนะตอนแรกว่าจะติดรถมาลงแถวนี้เฉยๆดันถูกเทนัด’

     

    ผมตอบออกไปตามตรงทั้งๆที่คิดว่าจะไม่ได้มาข้องเกี่ยวอะไรกับงานวันนี้ แต่ก็ดันไม่มีที่ไปซะงั้น

     

    ‘ไม่เป็นไรหรอกกกก แต่วันนี้ได้รู้จักเพื่อนใหม่ที่คุยถูกคอแบบเธอ เราก็นับเป็นของขวัญวันเกิดที่ดีสุดๆแล้ว’

     

    เธอบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ดวงตากลมโตของเธอเหลือเป็นแค่รูปพระจันทร์เสี้ยวกลับหัว

    ความในใจเล็กๆที่ผุดขึ้นมาในวินาทีนั้น ถ้าการที่เธอได้รู้จักผมเป็นของขวัญที่ดีสุดๆของเธอแล้วการที่ผมได้รู้จักเธอก็คงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตของผมเหมือนกัน

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    เวลาผ่านไปเป็นวันเป็นเดือน เป็นปี มิตรภาพของเราเติบโตขึ้นทุกวัน ผลิดอกออกใบใหม่ เหมือนต้นไม้ที่ยังมีแรงในการเติบโตและไม่มีวันตาย ต้นมิตรภาพที่เรา 2 คนช่วยกันดูแลเติบโตสวยงาม ที่ไหนที่มีผมก็มักจะมีเธอแวะเวียนอยู่เสมอเพื่อนเก่าๆต่างก็สงสัยว่าเพราะอะไรเราถึงสนิทกันมากมายขนาดนี้ในระยะเวลาที่ไม่มากไม่น้อยและเราต่างก็ยิ้มให้กัน เหมือนกับว่ามีคำตอบที่เรารู้กันเพียงแค่ 2 คน

    ในขณะที่ต้นมิตรภาพของเราเติบโตมากกว่าที่ใครๆจะรู้ต้นรักที่ผมแอบปลูกอยู่คนเดียวนั้น ก็เติบโตอย่างสูงใหญ่และมั่นคงไม่แพ้กัน

     

    ‘เธอ เธอว่าคนนี้เป็นไงบ้าง’

     

    เธอยื่นรูปในโทรศัพท์มาให้ผมดูผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นที่รู้จักดีของหลายๆคน หน้าตา นิสัย ฐานะ แทบไม่มีอะไรพร่องเลยสักนิดเดียว

     

    ‘อืม... ก็ดีมั้ง ถามทำไมอ่ะ’

    ‘ถ้าเราจะลองคุยกับเค้าดูจะดีมั้ย’

     

    เธอยิ้มและถามหาคำตอบอย่างตรงไปตรงมา

     

    ‘ว่ายังไงล่ะ ไม่ดีหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้น’

     

    ดูท่าแล้วเธอคงชอบเขาไม่น้อยแต่ที่เลือกมาถามก็แค่คงขาดความมั่นใจที่จะตัดสินใจเท่านั้น

     

    ไม่เหมาะหรอกคนอย่างเขา อย่าไปเลยนะ

     

    ‘อืม.. ก็ดีนะถ้าเราชอบแล้วเรามีโอกาสก็ควรจะคว้าไว้ไม่ใช่รึไง’

     

    เธอยิ้มกว้างและบอกขอบคุณพร้อมกับตอบกลับข้อความที่คงเป็นสาเหตุของคำถามนี้

    ไม่รู้เลยว่าเธอไปเจอกับเขาตอนไหนไม่รู้อีกว่าทำไมถึงให้คำแนะนำที่ตรงข้ามกับใจ และหนักหนาเกินกว่าที่ตัวเองจะทำได้ด้วยซ้ำแต่ก็ดีใจนะที่เธอทำมันได้อย่างกล้าหาญ

     

    ต้นไม้แห่งมิตรภาพของเรายังคงเติบโตเช่นเดียวกับต้นรักของผมที่ยังมั่นคง... แต่ปลูกอยู่ลำพัง


    -------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    ‘ไม่เข้าใจอ่ะ ทำไมต้องทำงี้กับเรา’

    ‘....’

    ‘เราเจอเธอก่อนเขาอีก เขาควรจะให้เกียรติเรามั้ยอ่ะ ทำไมต้องมาบอกให้เราเลิกคบกับเธอ’

     

    บรรยากาศค่อนข้างอึมครึมเธอทะเลาะกับเขาอีกครั้ง โดยมีสาเหตุเป็นเพราะผม

     

    ‘ก็เขารักเธอ เขาก็คงหวงเป็นธรรมดาแหละน่า อย่าทะเลาะกันเลย’

    ‘ทำไมเธอต้องเข้าข้างคนอื่นตลอดด้วยเนี่ย!’

     

    เธอกระแทกเสียงกลับมาพร้อมใบหน้าที่บูดบึ้งตลอดเวลาที่เธอคบกับเขามา หัวข้อของการทะเลาะนี้ไม่เคยหายไป ซึ่งผมก็พอเข้าใจเหตุผลเป็นอย่างดี

    ใครจะไปอยากให้แฟนอยู่ใกล้คนที่แอบชอบแฟนตัวเองบ้าง

     

    ‘เรากับเธอก็เป็นเพื่อนกัน ทีเพื่อนเขาเรายังไม่เคยไปยุ่งเลยนะ’

     

    เธอโกรธเหมือนควันจะออกจากหูแต่ผมรู้ว่าเธอก็รักเขามาก เช่นเดียวกับที่เธอรักในมิตรภาพของเรา เพราะเธอไม่ใช่คนอดทนนักแต่กับเรื่องนี้ ที่ทะเลาะกันได้ซ้ำไปซ้ำมา ถ้าเธอจะเลือกเขา หรือผม เธอก็คงสามารถตัดใครออกไปเลยก็ได้แต่เธอไม่ทำ เพราะมันก็คงเป็นสิ่งที่สำคัญของเธอทั้งสองอย่าง

     

    ‘ดึกแล้ว.. ไปนอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็มาง้อเองแหละ’

     

    ผมพูดให้กำลังใจเธอแต่มันก็เป็นความจริงที่ผมเห็นเสมอ เพราะเขาก็รักเธอเกินกว่าจะยอมเสียเธอไป ทุกครั้งที่ทะเลาะกันในเช้าของวันรุ่งขึ้น เขาก็มักจะปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูเพื่อขอโทษ เป็นแบบนี้เสมอ

     

    ‘ก็ได้... ว่าแต่เธอมีเสื้อผ้าให้เรายืมมั้ย’

     

    เพราะการทะเลาะกันครั้งนี้มันเกิดขึ้นอย่างฉุกละหุกเธอจึงได้แต่ขับรถมาระบายกับผมอย่างเร็วที่สุด ไม่ได้คำนึงถึงอนาคตอันใกล้ หรือไกลแม้แต่นิดเดียว

     

    ‘ก็ที่เธอเคยลืมไว้ อยู่ในตู้เสื้อผ้าเราแหละ มุมซ้ายนะถ้าจำไม่ผิด’

    ‘โอเค งั้นเราไปอาบน้ำก่อนนะ’

     

    เธอยิ้มให้ผมอย่างจริงใจก่อนที่จะเข้าไปในห้องเพื่อหยิบเสื้อผ้า

     

    เธอหายไปพักหนึ่งก่อนจะเดินออกมาด้วยท่าทีกระสับกระส่ายอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน

     

    ‘ระ เรา กลับก่อนนะ พอดีมีธุระด่วนน่ะ’

     

    เธอยิ้มให้อย่างร้อนรนก่อนจะรีบคว้ากุญแจรถและเดินออกไป อย่างที่ผมไม่ทันได้บอกลา

     

    ผมกลับเข้าในห้องกล่องกระดาษใบหนึ่งที่เคยวางอยู่บนตู้หล่นลงมา ภายในบรรจุผลผลิตของต้นรักของผม รูปถ่ายไดอารี่ ทุกอย่างที่บอกความในใจของผม ทุกอย่างมันปะทุออกมาจากใจ และจากกล่องกล่องนี้

    เธอคงได้เห็นมันเพราะมันคงร่วงลงมาด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างที่ผมเองก็ไม่รู้ และแน่นอนว่าผมไม่ได้ตั้งใจ

    ผมไม่รู้และไม่เคยเตรียมใจเลยว่ารอยยิ้มกว้างสุดท้ายที่ผมจะได้รับจากเธอ จะเป็นวันนี้

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------


    ‘ไม่ได้คุยกันนานเลยเนอะ 555555’

     

    เธอส่งข้อความมาซึ่งมันก็เป็นความจริงที่พิสูจน์ได้ จากวันที่ส่งข้อความก่อนหน้า

    นานมากจริงๆที่เราต่างค่อยๆห่างกันไป จนเพื่อนๆเราก็ต่างมีข้อสงสัยถึงปรากฏการณ์นี้มากกว่าครั้งที่เราสนิทกันแต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเอื้อนเอ่ยคำถามใดออกมา

    ต้นไม้แห่งมิตรภาพของเราไม่ได้โตเร็วเหมือนแต่ก่อนแต่ก็ยังคงอยู่ตรงนั้น เราพบกันบ้างบางครั้งตามงานของเพื่อนๆ เรายังคงทักทายกันราวกับว่าทุกสิ่งเป็นปกติ

     

    ‘อืม 55555555’

     

    เพราะผมไม่รู้จะพิมพ์อะไรกลับไปจึงตอบไปแบบนั้น และจ้องมองหน้าต่างแชทที่คิดถึง

     

    ‘เรามีอะไรจะบอก’

    Senda photo

     

    เธอส่งข้อความมาพร้อมกับรูปรูปหนึ่งเป็นรูปของเธอกับเขา ข้างในมีข้อความระบุถึงวัน เวลา และ สถานที่ งานแต่งงานของเธอ

     

    ‘เราอยากให้เธอมานะ’

     

    ผมอ่านข้อความของเธออีกครั้งก่อนที่จะตอบออกไป

     

    ‘อืม เจอกันนะ ยินดีด้วยมากๆ’

    Senta sticker

     

    มากกว่าที่ใครจะรู้ในขณะที่ต้นไม้แห่งมิตรภาพของเราอาจไม่ค่อยเติบโตมากนัก ต้นรักของผมไม่เคยหยุดโตเลยแม้แต่วันเดียวแม้แต่วันที่เธอไม่ได้อยู่ข้างกายผมแล้ว

     

    -------------------------------------------------------------------------------------------------

     

    “ยินดีด้วยนะ มีความสุขมากๆ”

     

    ตอนนี้ผมยืนอยู่หน้าเธอเรายิ้มให้กัน ชั่ววินาทีหนึ่งรอยยิ้มของเราทั้งคู่เป็นรอยยิ้มเดียวกับวันวาน

     

    “ขอบใจนะ เราดีใจจริง ๆ ที่ได้รู้จักเธอ ดีใจที่เธอมานะ”

     

    เธอยิ้มให้ผมและพูดอย่างจริงใจ

     

    “วันสำคัญของเธอ เราก็ต้องมาอยู่แล้ว”

    “....”

    “เรามีของขวัญมาให้ด้วยนะ วางไว้ที่โต๊ะตรงนู้นอ่ะ”

    “ไม่เห็นจะต้องลำบากเอามาเลย แค่เธอมาก็เป็นของขวัญสำหรับเราแล้ว”

    “สงสัยเราต้องเอาตัวเองผูกโบว์มา”

     

    ผมพูดกลั้วหัวเราะเพื่อลดบรรยากาศที่ตึงเล็กน้อยเนื่องจากเราหายไปจากวงโคจรจองกันและกันนานเกินไป

     

    “จริง ๆ นะ เธอเป็นของขวัญสำหรับเราเสมอ”

     

    ผมยิ้มไม่ได้พูดตอบแต่ก็รู้ดีว่ารอยยิ้มบนใบหน้าคงจะเห็นได้ชัดเจน

     

    “แล้วนี่... ไม่พาแฟนมาหรอ”

    “เรายังไม่มีแฟนสักหน่อย”

    “เสียดายจัง ว่าจะให้ดอกไม้กับแฟนเธอ อายุก็ปูนนี้แล้วแท้ๆ”

     

    เธอทำหน้าเหมือนเสียดายซะเต็มประดาแต่แววตาก็ยังคงสดใส และมีรอยยิ้มเสมอ

     

    “ก็อายุเท่ากันนั่นแหละ”

    “แต่เรานำเธอไปแล้วก้าวนึงนะ ไม่สิสองก้าวต่างหาก”

     

    เธอว่าพร้อมกับยิ้มให้ผมรอยยิ้มที่ทำให้ผมยิ้มตาม รอยยิ้มที่ผมคุ้นเคย ที่นานมาแล้วเคยเห็นทุกวัน ต่อมาก็มักเห็นเลือนลางในความฝันเสมอ

     

    “แต่วันนี้เราก็มีของขวัญให้เธอเหมือนกันนะ”

     

    ผมเลิกคิ้วสูงของชำร่วยหรือว่าอะไรกันนะ

     

    “อ่ะ... ให้”

     

    เธอยื่นมันมาตรงหน้าผมเข็มกลัดดอกกุหลาบที่เคยติดอยู่บนชุดของเธอ

     

    “ดอกไม้ปลอมนะ ไม่มีวันเหี่ยวหรอก”

     

    เธอพูดไปหัวเราะไปจังหวะเดียวกับที่มือของผมเอื้อมไปหยิบมันมา

     

    “ขอบใจนะ”

    “เราทำตามสัญญาแล้วนะ”

     

    เธอยิ้มให้ผมก่อนที่จะโบกมือลาเพื่อไปยืนคู่กับเขา ทำหน้าที่ต้อนรับแขกคนอื่น ๆ ที่ผมคุ้นหน้าบ้างไม่คุ้นหน้าบ้าง

     

    ผมมองเข็มกลัดดอกกุหลาบอย่างพินิจพิเคราะห์

     

    ‘คนแบบเธอ จะชอบอะไรนะบอกเราหน่อยเถอะ เราอยากจะให้จริง ๆ ไง เคยสัญญากันไว้แล้วจำได้มั้ยยยย’

    ‘แน่ใจรึไงว่าถ้าเราบอกเธอจะให้เราได้’

    ‘ก็บอกมาก่อนดิ เราก็มีทางของเราถ้าเธอบอกว่าชอบดวงจันทร์ เราก็จะวาดรูปพระจันทร์ให้ แบบนี้ดีมั้ย’

     

    เธอทำตามสัญญาที่ให้ผมไว้และเธอก็มีแนวทางอันชาญฉลาดของเธอเช่นกัน ผมมองดอกกุหลาบในมือ ตัวแทนของเธอ ในขณะเดียวกันมันก็เหมือนคำพูดที่เธอบอกผมว่า ‘ไม่ต้องรอแล้วนะ’ เช่นกัน

     

    ผมมองดอกกุหลาบในมือสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขของเธอขณะที่ยืนอยู่เคียงข้างคนที่โชคดีที่สุดในโลกคนนั้น

     

    เย็นนี้ดอกกุหลาบดอกนี้คงได้เข้าไปอยู่ในกล่องเก็บความทรงจำใบเดิมของผมมากกว่าอะไรทั้งหมด ต้นรักของผมจะยังคงเติบโตอยู่อย่างนั้น เพราะรากของมันได้หยั่งลึกจนเกินกว่าจะเป็นการรอคอยหรืออะไรทั้งนั้นมันก็แค่เป็นความรักของผมที่จะยังคงอยู่ตลอดไป

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in